บางความตั้งใจอาจเริ่มต้นจากความคิดเล็ก ๆ ในวัยเด็ก แต่กลับเติบโตเป็นสิ่งที่มีความหมายอย่างยิ่งในวันหนึ่งของชีวิต สำหรับ คุณตาล ศรุดา ศรีชญานนท์ การอุปการะเด็กคือหนึ่งในความตั้งใจที่เธอเก็บรักษาไว้มาโดยตลอด เป็นสิ่งที่เธอเขียนลงใน Bucket List ตั้งแต่สมัยมัธยมต้นว่า สักครั้งหนึ่งในชีวิตอยากมีโอกาสเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างโอกาสให้กับเด็กคนหนึ่ง ได้เติบโต ได้เรียนรู้ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
ความตั้งใจดังกล่าวนำพาเธอมาพบกับ โครงการ Chosen เลือกด้วยรัก ของมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย ซึ่งมีแนวคิดที่แตกต่างจากการอุปการะเด็กในรูปแบบที่หลายคนคุ้นเคย โดยปกติแล้ว ผู้ให้อุปการะมักเป็นผู้เลือกเด็กจากภาพถ่ายหรือข้อมูลที่ได้รับ แต่โครงการ Chosen เลือกด้วยรัก เปิดโอกาสให้เด็กเป็นผู้เลือกผู้อุปการะด้วยตนเอง โดยเด็ก ๆ จะได้เห็นภาพและเรื่องราวของผู้สมัครอุปการะ ก่อนตัดสินใจเลือกบุคคลที่พวกเขาอยากให้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต
แนวคิดดังกล่าวสะท้อนความเชื่อสำคัญของมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทยที่มองว่า เด็กไม่ใช่เพียงผู้รับความช่วยเหลือ แต่เป็นบุคคลที่มีคุณค่า มีศักดิ์ศรี และมีสิทธิ์มีเสียงในการกำหนดเส้นทางชีวิตของตนเอง การเปิดโอกาสให้เด็กเป็นผู้เลือกจึงไม่ใช่เพียงจุดเริ่มต้นของการอุปการะเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างความภาคภูมิใจในตนเอง และตอกย้ำว่าเสียงของเด็กทุกคนมีความหมาย นับตั้งแต่วินาทีแรกของความสัมพันธ์ที่ก่อตัวขึ้นจากการ ‘เลือกด้วยรัก’
แม้จะรู้จักมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทยมานานจากการทำกิจกรรมอาสา แต่คุณตาลยอมรับว่าไม่เคยศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับการอุปการะเด็กอย่างจริงจัง กระทั่งวันหนึ่งได้เห็นโครงการ Chosen เลือกด้วยรัก ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ในช่วงเวลาเดียวกับที่เธอรู้สึกว่า ‘พร้อม’ ที่จะก้าวไปอีกขั้นของการแบ่งปัน ความพร้อมในที่นี้ไม่ใช่เพียงเรื่องของกำลังทรัพย์ แต่เป็นความพร้อมของหัวใจที่จะมีส่วนร่วมในการเปลี่ยนแปลงชีวิตของใครสักคน
สิ่งที่ดึงดูดความสนใจของคุณตาลไม่ใช่เพียงการอุปการะเด็ก แต่เป็นแนวคิดที่แตกต่างของโครงการ Chosen เลือกด้วยรัก ซึ่งพลิกมุมมองการอุปการะเด็กในรูปแบบเดิมอย่างสิ้นเชิง
เมื่อได้รับโอกาสให้ลงพื้นที่เพื่อร่วมกิจกรรมจริง คุณตาลตัดสินใจตอบรับทันที เพราะต้องการสัมผัสด้วยตนเองว่า ช่วงเวลาที่เด็กกำลังเลือกผู้อุปการะนั้นเป็นอย่างไร และอยากเห็นว่ากระบวนการที่เธอสนใจมาตั้งแต่แรกจะสร้างความรู้สึกแบบใดให้กับทั้งสองฝ่าย
“ก่อนมา ตาลคิดว่าถ้าวันหนึ่งได้อุปการะเด็กสักคน ก็คงรู้สึกดีและมีความสุข แต่พอได้อยู่ตรงนั้นจริง ๆ ความรู้สึกมันมากกว่าที่จินตนาการไว้มาก”
เธอเล่าย้อนถึงช่วงเวลาที่เด็กคนหนึ่งยกภาพของเธอขึ้นมาเลือกด้วยน้ำเสียงที่ยังเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกประทับใจ
ในช่วงเวลานั้น คุณตาลมีโอกาสได้เฝ้ามองอยู่ไม่ไกล ขณะที่เด็กชายพีรวิชญ์กำลังเดินเลือกผู้อุปการะจากภาพถ่ายที่จัดแสดงอยู่ เมื่อสายตาของเขาหยุดลงที่ภาพของคุณตาลและตัดสินใจเลือก เธอได้เห็นโมเมนต์นั้นด้วยตาตนเอง ท่ามกลางความรู้สึกตื่นเต้นและซาบซึ้งที่ยากจะอธิบายเป็นคำพูด
ตอนนั้น เด็กชายพีรวิชญ์ยังไม่รู้ว่าผู้หญิงที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ คือผู้อุปการะที่เขาเพิ่งเลือกไป เมื่อถูกถามถึงเหตุผลที่ตัดสินใจเลือก เขาตอบอย่างเรียบง่ายว่า “พี่เขาสวยครับ” และเมื่อถูกถามว่าหากได้พบกันจะพูดอะไร เด็กชายตอบพร้อมรอยยิ้มว่า “สวัสดีครับ” คำตอบสั้น ๆ แต่จริงใจของเด็กชายยิ่งทำให้ช่วงเวลานั้นเป็นความทรงจำที่มีความหมายสำหรับคุณตาลมากยิ่งขึ้น
“ปกติเราคุ้นเคยกับการที่ผู้ใหญ่เป็นฝ่ายเลือก แต่ในวันนั้นน้องเป็นคนเลือกเราเอง มันเป็นความรู้สึกที่อบอุ่นและซาบซึ้งมาก เหมือนมีความผูกพันบางอย่างเกิดขึ้นทันที ตั้งแต่วินาทีที่น้องเลือกเรา”
สำหรับคุณตาล ช่วงเวลานั้นไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมหนึ่งวัน แต่เป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ที่สร้างขึ้นจากความไว้วางใจ ความหวัง และความรู้สึกเชื่อมโยงระหว่างคนสองคนที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน
เธอมองว่าการอุปการะเด็กไม่ได้เป็นเรื่องของการมอบเงินช่วยเหลือเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการร่วมสร้างโอกาสให้เด็กคนหนึ่งได้เติบโตในสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการพัฒนาศักยภาพ ได้รับการดูแลที่เหมาะสม และมีโอกาสเลือกอนาคตของตนเอง
“ตาลไม่ได้คาดหวังว่าเขาจะต้องเป็นเด็กที่เก่งที่สุด หรือประสบความสำเร็จที่สุด ตาลเพียงอยากเป็นอีกคนหนึ่งที่คอยสนับสนุนอยู่ข้างหลัง ให้เขากล้าฝัน กล้าหวัง และกล้าที่จะเดินในเส้นทางที่เขาเลือกเอง”
มุมมองดังกล่าวสอดคล้องกับแนวทางการทำงานของมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทยที่มุ่งเน้นการพัฒนาเด็ก ครอบครัว และชุมชนอย่างรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านการศึกษา สุขภาพ โภชนาการ การคุ้มครองเด็ก การพัฒนาทักษะชีวิต และการเสริมสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจของครอบครัวและชุมชน เพราะมูลนิธิฯ เชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงชีวิตเด็กอย่างยั่งยืนต้องเริ่มจากการพัฒนาสภาพแวดล้อมรอบตัวเด็กควบคู่กันไป การอุปการะเด็กจึงไม่ได้ส่งผลเฉพาะกับเด็กคนหนึ่ง แต่ยังช่วยสร้างโอกาสให้ครอบครัวและชุมชนมีความเข้มแข็งมากขึ้น สามารถดูแลและพึ่งพาตนเองได้ในระยะยาว
สิ่งที่คุณตาลประทับใจอีกประการหนึ่ง คือแนวคิดของการเดินทางร่วมกันในระยะยาว เธอมองว่าเด็กแต่ละคนมีช่วงเวลาของการเติบโต มีความฝัน มีเป้าหมาย และมีความท้าทายแตกต่างกัน การมีใครสักคนคอยสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจะช่วยสร้างความมั่นคงทางใจให้กับเด็ก และทำให้พวกเขากล้าก้าวไปข้างหน้าด้วยความมั่นใจมากขึ้น
“การได้เห็นเขาเติบโตทีละปี ได้เรียนรู้ว่าเขาชอบอะไร ฝันอยากเป็นอะไร และได้เห็นเขาค่อย ๆ เดินไปสู่สิ่งที่ตั้งใจ มันเป็นความรู้สึกที่มีความหมายมาก เพราะไม่ใช่แค่น้องที่เติบโต แต่เราก็เติบโตไปพร้อมกับเขาด้วย… สิ่งที่เรามอบให้อาจดูเป็นเพียงส่วนเล็ก ๆ สำหรับเรา แต่สำหรับเด็กคนหนึ่ง มันอาจหมายถึงโอกาสในการเรียนรู้ โอกาสในการมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น หรือโอกาสที่จะได้เดินตามความฝันของตัวเอง”
และนั่นคือความหมายที่แท้จริงของ Chosen เลือกด้วยรัก โครงการที่ไม่ได้เปลี่ยนแค่ชีวิตของเด็กคนหนึ่ง แต่ยังเปลี่ยนมุมมองของผู้คนต่อการให้ ด้วยการยืนยันว่าเด็กทุกคนมีคุณค่า มีเสียง และมีศักยภาพที่จะเติบโตไปสู่อนาคตที่พวกเขาใฝ่ฝัน
“ขอเชิญชวนทุกคนมาร่วมเป็นคนสำคัญในชีวิตของเด็กสักคน เพราะสิ่งที่อาจเป็นเรื่องเล็กน้อยสำหรับเราในวันนี้ อาจกลายเป็นโอกาสที่ยิ่งใหญ่สำหรับอนาคตของเขาในวันข้างหน้า” คุณตาลกล่าวทิ้งท้าย


