จากการคุ้มครองสิทธิ สู่ “บ้านแห่งความหวัง”

การเปลี่ยนแปลงชีวิตของเด็กในความอุปการะและครอบครัวอย่างยั่งยืน โครงการพัฒนาตับเต่า จังหวัดเชียงราย

การพัฒนาเด็กให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน จำเป็นต้องดำเนินการอย่างรอบด้าน ทั้งด้านสิทธิขั้นพื้นฐาน ความเป็นอยู่ของครอบครัว และสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเติบโต มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย (World Vision Foundation of Thailand) จึงมุ่งดำเนินพันธกิจร่วมกับครอบครัว ชุมชน และภาคีเครือข่าย เพื่อสร้างโอกาสและยกระดับคุณภาพชีวิตของเด็กเปราะบางให้สามารถพัฒนาศักยภาพได้อย่างเต็มที่

เรื่องราวของ เด็กหญิงวาสนา หรือ ‘น้องเงาะ’ และครอบครัว สะท้อนให้เห็นถึงการทำงานเชิงบูรณาการของมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย ที่มุ่งแก้ไขปัญหาสำคัญในชีวิตเด็กอย่างรอบด้าน ทั้งการเข้าถึงสิทธิทางกฎหมายผ่านกระบวนการพิสูจน์สัญชาติ และการยกระดับคุณภาพชีวิตผ่านการมีที่อยู่อาศัยที่ปลอดภัยและเหมาะสมต่อการเติบโต

เริ่มต้นจากการค้นพบปัญหาและความต้องการของครอบครัว

ครอบครัวของน้องเงาะมีสมาชิกทั้งหมด 6 คน ประกอบด้วย พ่อ แม่ และลูก 4 คน โดยพ่อแม่ประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป มีรายได้ไม่แน่นอน และไม่มีที่ดินทำกิน ส่งผลให้ครอบครัวประสบปัญหาด้านเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง

ด้วยข้อจำกัดในการดูแลบุตร เด็กหญิง 2 คนซึ่งอยู่ในความอุปการะของมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย และกำลังศึกษาอยู่ในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 และชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จึงต้องเข้าพักอาศัยในสถานสงเคราะห์เด็กหญิง เพื่อให้ได้รับโอกาสทางการศึกษาและการดูแลที่เหมาะสม

ระหว่างการติดตามและเยี่ยมเยียนครอบครัว เจ้าหน้าที่โครงการฯ มูลนิธิศุภนิมิตฯ พบว่า แม้บิดาจะได้รับสัญชาติไทยแล้วเมื่อประมาณ 3 ปีก่อน แต่ลูกสาวทั้ง 3 คนยังไม่มีสัญชาติไทย ทำให้เด็กไม่สามารถเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานได้อย่างเต็มที่ ทั้งในด้านการศึกษา การรักษาพยาบาล และสวัสดิการจากภาครัฐ

การอำนวยความสะดวกด้านการตรวจ DNA เพื่อให้เด็กเข้าถึงสิทธิความเป็นพลเมือง

ด้วยความตระหนักว่าการมีสถานะบุคคลที่ถูกต้องตามกฎหมายเป็นรากฐานสำคัญของการคุ้มครองสิทธิและการพัฒนาเด็ก มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย จึงประสานความร่วมมือภายใต้ ‘โครงการพัฒนาสถานะบุคคลและสิทธิสำหรับเด็กและเยาวชนไร้รัฐไร้สัญชาติ’ ร่วมกับคณะกรรมการดำเนินงานโครงการพัฒนาฯ ตับเต่า จังหวัดเชียงราย เพื่อสนับสนุนครอบครัวในการเข้าสู่กระบวนการพิสูจน์สถานะบุคคลและขอรับการรับรองสถานะทางกฎหมายอย่างถูกต้อง ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวได้สิ้นสุดการดำเนินงานแล้ว

ปัจจุบัน มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทยได้ต่อยอดภารกิจดังกล่าวผ่าน ‘โครงการความร่วมมือเพื่อการเปลี่ยนแปลง: เสริมสร้างความร่วมมือเพื่อยุติภาวะไร้รัฐไร้สัญชาติ’ (Collaboration for Change: C4C Project) ซึ่งมุ่งขยายผลการดำเนินงานด้านสถานะบุคคลและการคุ้มครองสิทธิให้ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายในวงกว้างยิ่งขึ้น โดยตั้งเป้าลดจำนวนบุคคลไร้รัฐไร้สัญชาติในพื้นที่เป้าหมายลงไม่น้อยกว่าร้อยละ 35 ภายในปี 2571

โครงการดังกล่าวมุ่งส่งเสริมให้บุคคลไร้รัฐไร้สัญชาติสามารถเข้าถึงกระบวนการขึ้นทะเบียนราษฎรและการรับรองสถานะทางกฎหมายอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมพื้นที่ดำเนินงานใน 5 จังหวัด โดยมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทยดำเนินงานร่วมกับ มูลนิธิเครือข่ายสถานะบุคคล และได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก สหภาพยุโรป (European Union: EU) เพื่อร่วมขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาภาวะไร้รัฐไร้สัญชาติอย่างยั่งยืน และส่งเสริมให้เด็ก เยาวชน และครอบครัวกลุ่มเปราะบางสามารถเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานและโอกาสในการพัฒนาคุณภาพชีวิตได้อย่างเท่าเทียม

สำหรับกรณีของครอบครัวน้องเงาะ มูลนิธิศุภนิมิตฯ ได้ให้การสนับสนุนตั้งแต่การให้คำปรึกษา การรวบรวมเอกสารหลักฐาน การประสานงานกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนการอำนวยความสะดวกให้เด็กเข้ารับการตรวจพิสูจน์ DNA โดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อยืนยันความสัมพันธ์ทางสายเลือดกับบิดาซึ่งถือสัญชาติไทย

จากการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องและความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทำให้ลูกสาวทั้ง 3 คนได้รับสัญชาติไทยอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ขณะที่น้องชายได้รับสัญชาติไทยตามบิดาตั้งแต่แรกเกิด ส่งผลให้เด็กทุกคนในครอบครัวสามารถเข้าถึงสิทธิและสวัสดิการของรัฐได้อย่างเท่าเทียม

สำหรับน้องเงาะ การได้รับสัญชาติไทยและบัตรประจำตัวประชาชนถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของชีวิต

“หนูรู้สึกดีใจและมีความหวังมากขึ้นค่ะ เพราะการได้รับบัตรประชาชนทำให้หนูสามารถเข้าถึงสิทธิต่าง ๆ ทั้งด้านการศึกษา การรักษาพยาบาล และสิทธิอื่น ๆ ที่จำเป็นสำหรับอนาคตของหนู”

ปัจจุบันน้องเงาะกำลังศึกษาอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 และมีความใฝ่ฝันอยากเป็นแพทย์ในอนาคต

“หนูชอบเรียนวิชาคณิตศาสตร์ค่ะ เพราะชอบตัวเลข โตขึ้นหนูอยากเป็นหมอ จะได้มีความรู้ไว้รักษาพ่อแม่ หนูจึงตั้งใจเรียนและอยากเรียนให้เก่งที่สุดค่ะ”

การได้รับสัญชาติไทยในครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการได้รับเอกสารแสดงตัวตนทางกฎหมายเท่านั้น แต่ยังเป็นการเปิดประตูสู่โอกาสสำคัญในชีวิต ทั้งการเข้าถึงการศึกษา การรักษาพยาบาล และสิทธิขั้นพื้นฐานต่าง ๆ อันเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาศักยภาพและสร้างอนาคตที่มั่นคงให้กับเด็กต่อไป

จากการมีสิทธิ สู่การมีบ้านที่ปลอดภัย

การเปลี่ยนแปลงอีกด้านหนึ่งที่เกิดขึ้นตามมาคือการมีบ้านที่มั่นคงและปลอดภัย ซึ่งน้องเงาะสะท้อนความรู้สึกด้วยรอยยิ้มว่า

“บ้านหลังนี้มีความหมายกับครอบครัวหนูมาก”

ภายหลังจากการแก้ไขปัญหาด้านสถานะบุคคล เจ้าหน้าที่โครงการฯ ได้ลงพื้นที่เยี่ยมติดตามครอบครัวร่วมกับคณะกรรมการดำเนินงานโครงการฯ อีกครั้ง และพบว่าบ้านพักอาศัยเดิมมีสภาพทรุดโทรม ไม่มั่นคง และไม่ปลอดภัยต่อการอยู่อาศัยของเด็กและสมาชิกในครอบครัว

ด้วยแนวคิดการพัฒนาเด็กแบบองค์รวม มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทยจึงนำกรณีดังกล่าวเข้าสู่กระบวนการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานและภาคีเครือข่ายในพื้นที่ เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือและยกระดับคุณภาพชีวิตของครอบครัวอย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิด ‘บ้านแห่งความหวัง’

ความช่วยเหลือครั้งนี้เกิดจากความร่วมมือของหลายภาคส่วน ได้แก่ องค์การบริหารส่วนตำบลที่สนับสนุนการออกแบบบ้าน หน่วยทหารที่สนับสนุนกำลังพลและช่างก่อสร้าง ผู้นำชุมชนและประชาชนในพื้นที่ที่ร่วมแรงร่วมใจกันช่วยเหลือ รวมถึงมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทยที่สนับสนุนงบประมาณและประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ

จากความร่วมมือดังกล่าว ครอบครัวจึงได้รับบ้านหลังใหม่ที่มีความมั่นคง แข็งแรง และมีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับการอยู่อาศัยและการเติบโตของเด็ก

“หนูรู้สึกดีใจมากค่ะที่ได้บ้านใหม่ เพราะบ้านหลังเดิมพื้นเป็นดิน เวลาเข้านอนเท้าก็เปื้อนดินอยู่ตลอด ฝาบ้านทำจากไม้ไผ่ ไม่แข็งแรงและไม่ปลอดภัย ทำให้การใช้ชีวิตค่อนข้างลำบากค่ะ”

สำหรับน้องเงาะ บ้านหลังใหม่ไม่ได้เป็นเพียงที่อยู่อาศัย แต่เป็นพื้นที่แห่งความมั่นคงและความหวังที่ทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยมากขึ้น

“ตอนนี้หนูมีความสุขมากค่ะ บ้านหลังใหม่ทำให้หนูรู้สึกปลอดภัยและมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น”

ผลลัพธ์ที่มากกว่าการช่วยเหลือเฉพาะหน้า

การสนับสนุนครอบครัวของน้องเงาะในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการแก้ไขปัญหาเฉพาะด้าน แต่เป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของเด็กและครอบครัวอย่างรอบด้าน

เด็กทุกคนมีสัญชาติไทยและสามารถเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานได้อย่างเต็มที่ ขณะเดียวกันครอบครัวยังมีที่อยู่อาศัยที่ปลอดภัยและเหมาะสมต่อการดำรงชีวิต เด็กมีสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้และพัฒนาการ สามารถมุ่งเน้นการศึกษาและการพัฒนาศักยภาพของตนเองได้อย่างเต็มที่ ขณะที่ครอบครัวมีความมั่นคงและมีความหวังต่ออนาคตมากขึ้น

กรณีของน้องเงาะและครอบครัวสะท้อนให้เห็นว่า การดำเนินพันธกิจของมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทยมิได้มุ่งเพียงการช่วยเหลือเด็กเป็นรายบุคคล แต่เป็นการทำงานร่วมกับครอบครัว ชุมชน และภาคีเครือข่าย เพื่อแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ สร้างระบบคุ้มครองที่เข้มแข็ง และพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็กอย่างยั่งยืน

จากเด็กที่เคยขาดทั้งสถานะทางกฎหมายและที่อยู่อาศัยที่ปลอดภัย วันนี้พวกเขาได้มีทั้งสิทธิ โอกาส และสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเติบโต นับเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเมื่อทุกภาคส่วนร่วมมือกันเพื่อสร้างอนาคตที่ดีกว่าให้กับเด็กและครอบครัวไทย

น้องเงาะยังฝากคำขอบคุณไปยังผู้อุปการะและผู้สนับสนุนทุกคนที่มีส่วนร่วมในการเปลี่ยนแปลงชีวิตของเธอและครอบครัว

“หนูขอขอบคุณผู้อุปการะและผู้สนับสนุนทุกท่านที่ให้การช่วยเหลือหนูและครอบครัวค่ะ ขอบคุณที่ทำให้หนูมีบ้านที่ดี มีโอกาสทางการศึกษา และมีอนาคตที่สดใสมากขึ้น หนูขอให้ทุกท่านมีความสุขและมีสุขภาพแข็งแรงนะคะ”

เรื่องราวของน้องเงาะและครอบครัวแสดงให้เห็นว่า เมื่อเด็กได้รับทั้งสิทธิขั้นพื้นฐาน ความคุ้มครอง และสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการเติบโต พวกเขาย่อมสามารถก้าวข้ามข้อจำกัดของชีวิตและเดินตามความฝันได้อย่างมั่นคง ความเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการได้รับสัญชาติไทยหรือการสร้างบ้านหนึ่งหลัง แต่คือการร่วมกันสร้างโอกาส สร้างความหวัง และสร้างอนาคตที่ดีกว่าให้กับเด็กและครอบครัวอย่างยั่งยืน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ป้ายกำกับ
Climate Change CSR Migrant SDG กลุ่มชาติพันธุ์ การจัดการภัยพิบัติ การพัฒนาสถานศึกษา การพัฒนาสถานะบุคคล การพัฒนาเยาวชน การมีส่วนร่วมของเด็ก ครอบครัวสุขสันต์ ครอบครัวอยู่ดีมีสุข ความมั่นคงทางอาหาร ความยั่งยืน ความยุติธรรมในสังคม (Social Justice) ความรับผิดชอบต่อสังคม ความรุนแรงต่อเด็ก ความเชื่อและการพัฒนา งานรณรงค์เพื่อเด็ก จิตอาสา ทักษะชีวิตเยาวชน ทักษะอาชีพเยาวชน นโยบายการพัฒนาเด็ก น้ำเพื่อชีวิต บริการสุขภาพขั้นพื้นฐาน บริจาคทุนการศึกษา บริจาคเงิน ปกป้องคุ้มครองเด็ก ประชากรข้ามชาติ ผู้นำเยาวชน พัฒนาการศึกษา พัฒนาชุมชน ภัยพิบัติ ยุติวัณโรค/End TB ยุติเอดส์/Stop AIDS สังคมแห่งการแบ่งปัน สิทธิมนุษยชน สิทธิเด็ก ส่งน้องจบ ป-ตรี อดีตเด็กในความอุปการะ เด็กยากไร้ เด็กไร้รัฐ เสียงเด็กและเยาวชน แรงงานข้ามชาติ/ประชากรข้ามชาติ แรงงานต่างชาติ

ข่าวอื่นๆ

พลังเสียงจากผู้รับบริการ: ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงเพื่อยุติเอชไอวีและวัณโรค 

มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทยและภาคีเครือข่ายร่วมสะท้อนบทเรียนการติดตามโดยชุมชน ยกระดับสู่การพัฒนาคุณภาพบริการและนโยบายสุขภาพ
อ่านต่อ »

มูลนิธิศุภนิมิตฯ จับมือแสนสิริลงนามความร่วมมือเพื่อส่งเสริมการจ้างงานที่มีคุณค่า

ก้าวสำคัญเพื่อแรงงานข้ามชาติ ไม่ใช่แค่วันลงนาม แต่คือวันที่ความตั้งใจของสองหน่วยงานได้กลายเป็นพันธสัญญาที่จับต้องได้
อ่านต่อ »
0