มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย ร่วมกับองค์กรภาคีทั้งภาครัฐและภาคเอกชนที่ขับเคลื่อนงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม จัดเวทีเยาวชนระดับชาติ National Youth Learning Event: Climate Actions 2026 ภายใต้แนวคิด ‘Voice to Actions: Empowering Youth for Climate Resilience’ ณ สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) เพื่อเปิดพื้นที่ให้เด็กและเยาวชนจากพื้นที่ดำเนินงานทั่วประเทศได้แสดงศักยภาพ ถ่ายทอดเสียงสะท้อนจากประสบการณ์จริง และนำเสนอแนวทางการรับมือกับปัญหาสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศผ่านการลงมือปฏิบัติในชุมชนของตนเอง
การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นหนึ่งในความท้าทายสำคัญที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิต การศึกษา สุขภาพ และโอกาสการพัฒนาของเด็กและเยาวชนในระยะยาว ขณะเดียวกัน เยาวชนไม่ได้เป็นเพียงผู้ได้รับผลกระทบ แต่ยังเป็นกำลังสำคัญในการสร้างสรรค์นวัตกรรมและขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกในชุมชนของตนเอง
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย ได้สนับสนุนเด็กและเยาวชนในพื้นที่กว่า 35 จังหวัดทั่วประเทศ ให้มีส่วนร่วมในการออกแบบและดำเนินกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อม อาทิ การจัดการขยะ การอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ การเพิ่มพื้นที่สีเขียว และการส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด ซึ่งก่อให้เกิดผลลัพธ์เชิงบวกต่อชุมชนและสะท้อนบทบาทของเยาวชนในฐานะผู้นำการเปลี่ยนแปลงได้อย่างเป็นรูปธรรม
งานในครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมประมาณ 120 คน ประกอบด้วยเยาวชนศุภนิมิตจาก 4 ภูมิภาค เจ้าหน้าที่มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย ตลอดจนผู้แทนจากภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรระหว่างประเทศ และภาคีเครือข่ายที่ทำงานด้านเด็กและสิ่งแวดล้อม โดยได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานสำคัญ ได้แก่ กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (DCCE), สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ), กรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, UNICEF Thailand, บริษัท SCGC, บริษัท Jak Reward Technology และเครือข่ายด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจาก มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ภายในงานมีการจัดแสดงนิทรรศการและผลงานโครงการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมจากทั่วประเทศที่เยาวชนเป็นผู้นำการดำเนินงาน พร้อมเวที Youth Climate Pitching Challenge ที่เปิดโอกาสให้ตัวแทนเยาวชนจาก 4 ภูมิภาคนำเสนอแนวคิดและโครงการต้นแบบด้านสิ่งแวดล้อมต่อผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อรับข้อเสนอแนะและต่อยอดสู่การขยายผลในอนาคต
อีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญคือเวที Youth Voice to Actions หรือเวทีเสวนาโต๊ะกลม ที่เปิดพื้นที่ให้เด็กและเยาวชนสะท้อนผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นจริงในพื้นที่ ทั้งด้านการศึกษา สุขภาพ ความเป็นอยู่ และเศรษฐกิจครัวเรือน พร้อมนำเสนอข้อเสนอเชิงนโยบายต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันหาแนวทางสร้างอนาคตที่ยั่งยืนและเป็นธรรมสำหรับทุกคน
นอกจากนี้ ยังมีการจัดกิจกรรม Youth Learning Labs เพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้และทักษะการลงมือปฏิบัติด้านสิ่งแวดล้อม อาทิ การจัดการขยะและเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) โดยบริษัท SCGC และการเรียนรู้เรื่องการรับมือกับความร้อนและการปรับตัวของชุมชนต่อสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง โดย บริษัท Jak Reward Technology
เวทีแห่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงพลังของเด็กและเยาวชนในฐานะ ‘ผู้ลงมือทำ’ และ ‘ผูู้ส่งเสียง’ ที่มีบทบาทสำคัญในการสร้างการเปลี่ยนแปลงด้านสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่ระดับชุมชนจนถึงระดับนโยบาย พร้อมตอกย้ำความสำคัญของการทำงานร่วมกันระหว่างเด็ก เยาวชน ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม เพื่อสร้างสังคมที่มีความยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการพัฒนาที่ยั่งยืนสำหรับคนรุ่นปัจจุบันและอนาคต
นางสาวนราทิพย์ อายุ 15 ปี จากอำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ หนึ่งในแกนนำเยาวชนศุภนิมิต ผู้เข้าร่วมนำเสนอผลงานในเวทีครั้งนี้ กล่าวว่า รู้สึกตื่นเต้นและดีใจเป็นอย่างมากที่ได้มีโอกาสนำเสนอโครงการต่อผู้เข้าร่วมงานจากหลากหลายพื้นที่ เพราะถือเป็นประสบการณ์ใหม่ที่เปิดโลกการเรียนรู้ให้กับตนเอง
“ตอนแรก พวกเราแค่อยากช่วยแก้ปัญหาขยะในโรงเรียน จึงเริ่มรวบรวมถุงพลาสติกที่ใช้แล้วมาผ่านกระบวนการหลอมและแปรรูปเป็นแผ่นวัสดุ ก่อนนำมาต่อยอดเป็นแฟ้มใส่เอกสารที่มีลวดลายเรขาคณิตเฉพาะตัว ซึ่งนอกจากจะช่วยลดปริมาณขยะแล้ว ยังทำให้เห็นว่าพลาสติกที่หลายคนมองว่าไม่มีค่า สามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้อีกครั้ง”
นราทิพย์เล่าว่า การดำเนินโครงการได้รับการสนับสนุนจากคุณครูในโรงเรียน โดยเฉพาะครูผู้ให้คำแนะนำด้านการออกแบบและการพัฒนาผลงาน รวมถึงการสนับสนุนจากมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย ทั้งในด้านงบประมาณและการพัฒนาศักยภาพแกนนำเยาวชน ซึ่งช่วยให้เธอและเพื่อน ๆ มีความมั่นใจในการคิด วางแผน และลงมือทำเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงในชุมชนของตนเอง
“อยากฝากถึงเยาวชนทุกคนว่า อย่ากลัวที่จะลองทำสิ่งใหม่ ๆ หรือแสดงความสามารถของตัวเอง เพราะทุกคนสามารถเริ่มต้นสร้างการเปลี่ยนแปลงได้จากเรื่องใกล้ตัว แม้จะเป็นเพียงขยะชิ้นเล็ก ๆ หากเรานำมาคิดต่อและลงมือทำ ก็สามารถสร้างคุณค่าและประโยชน์ให้กับคนรอบข้างได้เช่นกัน”
มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย ทำงานด้านการพัฒนาเด็ก ครอบครัว และชุมชนแบบองค์รวม โดยส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเด็กและเยาวชนในการสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกในสังคม รวมถึงการขับเคลื่อนประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมและการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระดับชุมชนและระดับประเทศ ผ่านการพัฒนาศักยภาพผู้นำเยาวชน การสร้างพื้นที่การเรียนรู้และการมีส่วนร่วม ตลอดจนการทำงานร่วมกับภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม เพื่อให้เด็กและเยาวชนสามารถเป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบอนาคตที่ยั่งยืนสำหรับตนเอง ชุมชน และสังคมโดยรวม
มูลนิธิศุภนิมิตฯ เชื่อว่าเด็กและเยาวชนไม่ใช่เพียงผู้ได้รับผลกระทบจากปัญหาสังคมและสิ่งแวดล้อม แต่เป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง จึงมุ่งสนับสนุนให้พวกเขาได้พัฒนาความรู้ ทักษะ และความเป็นผู้นำ พร้อมมีโอกาสส่งเสียงและมีส่วนร่วมในกระบวนการตัดสินใจที่เกี่ยวข้องกับชีวิตและอนาคตของตนเอง ภายใต้วิสัยทัศน์ในการสร้างชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืนสำหรับเด็กทุกคน ผ่านครอบครัวและชุมชนที่เข้มแข็งและพร้อมรับมือกับความท้าทายในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว


