มูลนิธิศุภนิมิตฯ หนุนโรงเรียนต้นแบบด้านสิ่งแวดล้อม ขยายผลสู่ 14 โรงเรียนและชุมชนในหนองบัวแดง

ลดการเผาขยะกว่า 80% สร้างทักษะชีวิตให้เด็ก พัฒนาผู้นำเยาวชนด้านสิ่งแวดล้อม และต่อยอดสู่การเรียนรู้ของชุมชน

เมื่อเด็กได้รับโอกาสในการเรียนรู้และลงมือทำ การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นสามารถส่งต่อไปได้ไกลกว่ารั้วโรงเรียน

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย ได้สนับสนุนการพัฒนาเด็กและชุมชนควบคู่ไปกับการดูแลสิ่งแวดล้อม หนึ่งในตัวอย่างที่สะท้อนผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรม คือการสนับสนุนโรงเรียนในพื้นที่ดำเนินโครงการพัฒนาฯ อำเภอหนองบัวแดง จังหวัดชัยภูมิ ในการพัฒนาระบบจัดการขยะและสิ่งแวดล้อม ภายใต้แนวคิด โรงเรียนปลอดขยะ (Zero Waste School)

จุดเริ่มต้นเกิดขึ้นในปี 2025 เมื่อมูลนิธิศุภนิมิตฯ สนับสนุนให้พัฒนาการจัดการขยะในโรงเรียน พร้อมส่งเสริมการเรียนรู้จากโรงเรียนต้นแบบด้านสิ่งแวดล้อมและสนับสนุนอุปกรณ์ที่จำเป็นในการดำเนินงาน ส่งผลให้โรงเรียนคลองเจริญสามารถพัฒนาฐานการเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อมได้ถึง 10 ฐาน ครอบคลุมการคัดแยกขยะ การรีไซเคิล การทำปุ๋ยหมัก การปลูกผักปลอดสารพิษ การจัดการเศษอาหาร การลดก๊าซเรือนกระจก และการจัดการน้ำเสีย สิ่งสำคัญไม่ใช่เพียงการมีฐานการเรียนรู้ แต่คือการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับเด็กและโรงเรียน

ปัจจุบัน ครูและนักเรียนได้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมจนกลายเป็นวิถีชีวิตประจำวัน โรงเรียนมีความสะอาด เป็นระเบียบ และมีสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้มากขึ้น ขณะที่การเผาขยะภายในโรงเรียนลดลงมากกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ จากเดิมที่ต้องกำจัดขยะด้วยการเผาเกือบทุกวัน

ขณะเดียวกัน เด็กนักเรียนยังได้รับการพัฒนาทักษะชีวิตผ่านการลงมือปฏิบัติจริง ไม่ว่าจะเป็นการคัดแยกขยะ การทำปุ๋ยหมัก การผลิตน้ำหมักชีวภาพ การปลูกผักปลอดสารพิษ การสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์จากวัสดุเหลือใช้ รวมถึงการเป็น ‘วิทยากรน้อย’ ถ่ายทอดความรู้ด้านสิ่งแวดล้อมให้กับผู้มาเยี่ยมชมโรงเรียนด้วยตนเอง

นอกจากนี้ กิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมยังสร้างรายได้กลับคืนสู่โรงเรียนและนักเรียน ผ่านธนาคารขยะ การจำหน่ายวัสดุรีไซเคิล การขายปุ๋ยหมัก และการแปรรูปวัสดุเหลือใช้เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ รายได้ที่เกิดขึ้นถูกนำกลับมาสนับสนุนกิจกรรมของนักเรียน และพัฒนาคุณภาพชีวิตภายในโรงเรียน

จากความสำเร็จดังกล่าว ส่งผลให้ปี 2026 โรงเรียนได้รับการพัฒนาเป็น ศูนย์การเรียนรู้ด้านการจัดการขยะและสิ่งแวดล้อม เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ไปสู่ผู้ปกครอง แกนนำเยาวชน อาสาสมัคร ผู้นำชุมชน รวมถึงครูและนักเรียนจากโรงเรียนอีก 14 แห่งในพื้นที่ ส่งผลให้เกิดการขยายผลแนวคิดโรงเรียนปลอดขยะไปสู่พื้นที่โดยรอบอย่างกว้างขวาง

ผลลัพธ์ดังกล่าวยังได้รับการยอมรับในระดับประเทศ เมื่อโรงเรียนได้รับ รางวัลระดับเหรียญเงิน โครงการเครือข่ายเด็กและเยาวชนด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (CCE Children & Youth) ประจำปี 2569 จากกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

นางสาวศิริขวัญ สาระคำ เจ้าหน้าที่มูลนิธิศุภนิมิตฯ พื้นที่หนองบัวแดง จ.ชัยภูมิ ในฐานะผู้ขับเคลื่อนแนวคิด โรงเรียนปลอดขยะ ร่วมกับโรงเรียน กล่าวว่า

“โรงเรียนเป็นพื้นที่สำคัญในการสร้างความรู้ วินัย และจิตสำนึกรักษ์สิ่งแวดล้อมให้กับเด็กตั้งแต่วัยเยาว์ ซึ่งจะติดตัวไปตลอดชีวิต อีกทั้งยังเป็นศูนย์กลางของชุมชน เมื่อเด็กเริ่มเปลี่ยนแปลง พ่อแม่และคนในชุมชนก็พร้อมปรับตัวตาม เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีให้กับลูกหลาน

ผลลัพธ์ที่เห็นได้ชัดคือ เด็ก ๆ ร่วมกันรับผิดชอบต่อขยะที่เกิดขึ้น ลดการเผาขยะจากทุกวันเหลือเพียงสัปดาห์ละ 1 ครั้ง และยังสามารถนำรายได้จากการจัดการขยะมาสร้างกิจกรรมพิเศษ เช่น อาหารมื้อพิเศษในวันเด็กและวันปีใหม่ สร้างทั้งความภาคภูมิใจและแรงจูงใจในการดูแลสิ่งแวดล้อม

ในอนาคต เราตั้งเป้าพัฒนาโรงเรียนให้เป็นศูนย์การเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อมของชุมชน และขยายแนวคิดการจัดการขยะไปสู่ชุมชนโดยรอบ เพื่อสร้างวินัยและความตระหนักด้านสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนร่วมกัน”

สะท้อนให้เห็นว่า การเปลี่ยนแปลงไม่ได้หยุดอยู่ที่โรงเรียน แต่ยังส่งต่อไปสู่การสร้างผู้นำเยาวชนด้านสิ่งแวดล้อมในชุมชน โดยแกนนำเยาวชนศุภนิมิตจากหนองบัวแดงที่ผ่านการเรียนรู้เรื่องการจัดการขยะและการดูแลสิ่งแวดล้อม ได้ก้าวสู่เวทีระดับภูมิภาคและระดับประเทศ ผ่านการเข้าร่วมกิจกรรม Youth Forum for Climate Actions 2026 และ Youth Learning Event: Climate Actions 2026 รวมถึงมีโครงการด้านสิ่งแวดล้อมที่ผ่านการคัดเลือกเข้าสู่เวทีนำเสนอผลงานระดับประเทศ

ในปี 2027 ผลลัพธ์ของโครงการยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยชมรมผู้สูงอายุในพื้นที่มีแผนเข้ามาเรียนรู้การจัดการขยะและสิ่งแวดล้อมเพื่อนำไปปรับใช้ในระดับครัวเรือน สะท้อนให้เห็นว่าองค์ความรู้ที่เริ่มต้นจากโรงเรียนได้กลายเป็นกลไกสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับทั้งชุมชน

มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทยเชื่อว่า การลงทุนในเด็กคือการลงทุนเพื่ออนาคต เมื่อเด็กได้รับโอกาสในการเรียนรู้ ลงมือทำ และพัฒนาศักยภาพของตนเอง เด็กเหล่านั้นจะเติบโตขึ้นเป็นพลังสำคัญในการดูแลชุมชน สิ่งแวดล้อม และร่วมสร้างสังคมที่ยั่งยืนต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ป้ายกำกับ
Climate Change CSR Migrant SDG กลุ่มชาติพันธุ์ การจัดการภัยพิบัติ การพัฒนาสถานศึกษา การพัฒนาสถานะบุคคล การพัฒนาเยาวชน การมีส่วนร่วมของเด็ก ครอบครัวสุขสันต์ ครอบครัวอยู่ดีมีสุข ความมั่นคงทางอาหาร ความยั่งยืน ความยุติธรรมในสังคม (Social Justice) ความรับผิดชอบต่อสังคม ความรุนแรงต่อเด็ก ความเชื่อและการพัฒนา งานรณรงค์เพื่อเด็ก จิตอาสา ทักษะชีวิตเยาวชน ทักษะอาชีพเยาวชน นโยบายการพัฒนาเด็ก น้ำเพื่อชีวิต บริการสุขภาพขั้นพื้นฐาน บริจาคทุนการศึกษา บริจาคเงิน ปกป้องคุ้มครองเด็ก ประชากรข้ามชาติ ผู้นำเยาวชน พัฒนาการศึกษา พัฒนาชุมชน ภัยพิบัติ ยุติวัณโรค/End TB ยุติเอดส์/Stop AIDS สังคมแห่งการแบ่งปัน สิทธิมนุษยชน สิทธิเด็ก ส่งน้องจบ ป-ตรี อดีตเด็กในความอุปการะ เด็กยากไร้ เด็กไร้รัฐ เสียงเด็กและเยาวชน แรงงานข้ามชาติ/ประชากรข้ามชาติ แรงงานต่างชาติ

ข่าวอื่นๆ

0