ตลอด 18 ปี ที่ผ่านมาภายใต้การนำของมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย โครงการนี้เชื่อมโยงโรงเรียนกว่า 91 แห่งในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลเข้าด้วยกัน ด้วยแนวคิดเรียบง่ายแต่ทรงพลัง นั่นคือการชวนนักเรียนออมเงินทีละเล็กทีละน้อยตลอดปี เพื่อส่งต่อโอกาสให้เพื่อน ๆ ที่ขาดแคลนในพื้นที่ห่างไกล ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นในปีนี้ไม่ใช่เพียงตัวเลข แต่คือชีวิตจริงที่เปลี่ยนแปลง ด้วยการอุปการะเด็ก 190 คน และสนับสนุนอาหารเช้ากว่า 26,095 มื้อ
ที่มากกว่าอาหาร คือพลังของการเรียนรู้ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงเริ่มต้นจากสิ่งพื้นฐานที่สุด คุณรสลิน โกแวร์ ผู้อำนวยการมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย กล่าวในพิธีมอบเกียรติบัตรว่า อาหารเช้าแต่ละมื้อไม่ได้มีความหมายแค่ในแง่โภชนาการ “อาหารเช้าเป็นมื้อสำคัญที่ช่วยให้เด็กมีพลังและมีสมาธิในการเรียน คุณครูหลายท่านสะท้อนว่า หลังจากเด็กได้รับอาหารเช้า เด็กมีความกระตือรือร้นขึ้น และผลการเรียนดีขึ้นอย่างชัดเจนค่ะ”
ผอ. รสลินกล่าว พร้อมเน้นว่าโครงการนี้ไม่ได้ช่วยเพียงผู้รับ แต่ยังหล่อหลอมจิตใจผู้ให้ตั้งแต่วัยเยาว์ด้วย “การให้ไม่ใช่เพียงเรื่องเงิน แต่น้ำใจ กำลังใจ และแรงกาย ล้วนเป็นสิ่งที่มีค่า และช่วยให้สังคมของเราน่าอยู่ขึ้น”
และสิ่งที่ ผอ. รสลิน พูดถึงนั้น ไม่ใช่เพียงแนวคิด แต่เกิดขึ้นจริงในห้องเรียนทุกวัน ครูจิราภรณ์ เปล่งวิทยา โรงเรียนอัสสัมชัญศึกษา โรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการหัวใจแห่งการให้เป็นปีที่ 13 เล่าถึงการเปลี่ยนแปลงที่ครูได้สัมผัสถึงการเปลี่ยนแปลงในหลายปีที่ผ่านมา “สิ่งที่เห็นชัดเจนคือเด็ก ๆ มีน้ำใจมากขึ้น รู้จักแบ่งปัน มีเมตตาต่อผู้อื่น เวลาเชิญชวนให้ร่วมโครงการ เขาก็นำเงินเล็ก ๆ น้อย ๆ มาหยอดกล่องด้วยความเต็มใจ และรู้สึกภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือผู้อื่น”
สำหรับครูจิราภรณ์ ความต่อเนื่องคือกุญแจสำคัญที่ทำให้เมล็ดพันธุ์นี้งอกงาม “การได้ทำสิ่งเล็ก ๆ แต่ต่อเนื่อง ทำให้เด็ก ๆ ค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นคนที่อ่อนโยน มีจิตใจโอบอ้อมอารี ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการเป็นคนดีในสังคม” เมื่อรากฐานนั้นแข็งแกร่งพอ การเติบโตก็พร้อมจะแตกแขนงออกในรูปแบบใหม่ที่ไม่มีใครคาดคิด
เมื่อหัวใจแห่งการให้ไม่ได้อยู่แค่ในโรงเรียน ความพิเศษของปีนี้มูลนิธิศุภนิมิตฯ ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) เปิดพื้นที่ใหม่ให้เยาวชนได้แสดงออกผ่านกิจกรรม Content Creator Award 2025 การประกวดคลิปวิดีโอที่เชิญชวนให้นักเรียนถ่ายทอดแนวคิด ‘หัวใจแห่งการให้’ ผ่านมุมมองของตัวเอง จากการหยอดเหรียญในกระปุก สู่การสร้างสรรค์สื่อที่บอกเล่าเรื่องราวของการแบ่งปันให้คนอื่นได้รับรู้
คุณสุมิตรา ทองแสง ผู้เชี่ยวชาญด้านส่งเสริมมาตรฐานการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน กล่าวถึงความสำคัญของกิจกรรมนี้ว่า “การประกวดสะท้อนมุมมองของเยาวชนต่อการให้และการแบ่งปันอย่างสร้างสรรค์ เราพร้อมสนับสนุนและร่วมขับเคลื่อนโครงการที่มีประโยชน์เช่นนี้อย่างเต็มที่ เพื่อส่งต่อคุณค่าแห่งการให้สู่รุ่นต่อไป”
และในบรรดาผู้ส่งผลงานเข้าประกวดจากทั่วประเทศ ทีมจากโรงเรียนดารุลฟุรกอน จ. นราธิวาส คือหนึ่งในเรื่องราวที่น่าประทับใจที่สุดของปีนี้ พวกเธอไม่เพียงคว้ารางวัลชนะเลิศ แต่ยังเป็นทีมเดียวจากภาคใต้ที่ทำได้
นางสาวแวซูซานา หนึ่งในสมาชิกทีม เล่าว่าพวกเธอรีบรวมทีมทันทีที่เห็นประกาศ เพราะมีสิ่งที่อยากบอกกับสังคม “หนูรู้สึกว่าเรื่องการให้เป็นสิ่งสำคัญมาก และตัวเพื่อน ๆ ของหนูก็เป็นคนที่ชอบช่วยเหลือผู้อื่นอยู่แล้ว เรื่องที่เราเล่าในคลิปแทบไม่ต้องแต่งใหม่เลยค่ะ เพราะนำมาจากชีวิตจริงที่เราเห็นกันทุกวัน”
ด้าน นางสาวฮันนาน “ทีมเราอยากสื่อสารว่าการให้ไม่จำเป็นต้องรอให้พร้อมที่สุด แค่ยื่นมือช่วยกันแม้เพียงเล็กน้อย หรือแค่อยู่ข้างๆ ก็ถือว่าเป็นผู้ให้ได้แล้ว” เธอกล่าว ด้วยน้ำเสียงที่สะท้อนให้เห็นว่าบทเรียนจากโครงการนี้ได้ซึมลึกเข้าไปในความคิดของพวกเธออย่างแท้จริง
วันที่ผลประกาศออกมา ความรู้สึกของเธอและเพื่อน ๆ บอกได้ทุกอย่าง “ตอนเปิดโพสต์แล้วเจอชื่อทีมตัวเอง ทุกคนถึงกับกรี๊ดเลย รู้สึกตื้นตันใจมากที่ผลงานของเราได้รางวัลชนะเลิศ โรงเรียนเราสนับสนุนกิจกรรมด้านนี้ แต่ยังไม่เคยร่วมประกวดลักษณะนี้มาก่อน พอได้ลองครั้งแรกแล้วได้ที่หนึ่ง ทุกคนทั้งในทีมและในโรงเรียนดีใจกันสุด ๆ ค่ะ” นางสาวนาตาซา กล่าวเสริม
เมล็ดพันธุ์ที่กำลังงอกงามจากนักเรียนที่หยอดเหรียญทีละบาท สู่เยาวชนที่หยิบกล้องขึ้นมาบอกเล่าเรื่องราวของการแบ่งปัน โครงการ The Heart of Giving แสดงให้เห็นว่าการปลูกฝังค่านิยมที่ดีตั้งแต่วัยเยาว์นั้นให้ผลจริง และผลนั้นงอกงามออกไปในรูปแบบที่กว้างกว่าที่ใครจะคาดไว้
18 ปีที่ผ่านมา โครงการนี้เติบโตมาพร้อมกับเด็ก และเยาวชน จากรุ่นสู่รุ่นเป็นต้นแบบที่ดีในโรงเรียนสู่สังคม เพราะสังคมที่ดีขึ้นไม่ได้เริ่มจากโครงการใหญ่โตหรืองบประมาณมหาศาล แต่เริ่มจากหัวใจดวงเล็ก ๆ ที่รู้จักให้ รู้จักแบ่งปัน และพร้อมส่งต่อความดีนั้นต่อไปอย่างไม่มีวันสิ้นสุด


