มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทยร่วมจัดงาน ‘คุ้มครองสิทธิ พิทักษ์ประชาชน สร้างสังคมที่เท่าเทียม’

ตรวจพิสูจน์สารพันธุกรรม (DNA) โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ช่วยคนไทยตกหล่นจากระบบการทะเบียนราษฎร จังหวัดเชียงใหม่

มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย ร่วมสนับสนุนการจัดงาน ‘คุ้มครองสิทธิ พิทักษ์ประชาชน สร้างสังคมที่เท่าเทียม’ เพื่อให้การพิสูจน์สารพันธุกรรม (DNA) แก่ประชาชนคนไทยที่ตกหล่นจากระบบการทะเบียนราษฎรในจังหวัดเชียงใหม่ โดยเป็นการขับเคลื่อนนโยบายของกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงยุติธรรม เพื่อแก้ไขปัญหาคนไทยที่ตกหล่นจากระบบการทะเบียนราษฎร ซึ่งเป็นกลุ่มบุคคลที่มีสิทธิในสัญชาติไทยโดยชอบ แต่ไม่สามารถเข้าถึงการพิสูจน์ความสัมพันธ์ทางสายโลหิตตามกฎหมายได้

กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นระหว่าง วันที่ 23–24 กุมภาพันธ์ 2569 โดยหน่วยงานภาครัฐและภาคีเครือข่ายหลายฝ่ายร่วมบูรณาการข้อมูลและการทำงาน ได้แก่ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กรมสอบสวนคดีพิเศษ กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เขต 1 เชียงใหม่ โรงพยาบาลฝาง มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย รวมถึงภาคประชาสังคม และสำนักทะเบียนอำเภอในจังหวัดเชียงใหม่

วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 – อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ พิธีเปิดจัดขึ้น ณ ห้องประชุมอำเภอเชียงดาว โดยมี นายชัยณรงค์ นันตาสาย ปลัดจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานเปิดงาน ในวันดังกล่าวมีประชาชนที่ตกหล่นจากระบบการทะเบียนราษฎรในพื้นที่หลายอำเภอ ได้แก่ สารภี ดอยสะเก็ด แม่แตง เวียงแหง และเชียงดาว เดินทางเข้าร่วมตรวจพิสูจน์สารพันธุกรรม จำนวน 50 ครอบครัว รวม 121 ราย เป็นบุคคลตกหล่น 63 ราย และบุคคลอ้างอิงผู้มีสัญชาติไทย จำนวน 58 ราย

วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 – อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ กิจกรรมวันที่สองจัดขึ้น ณ ห้องประชุมอำเภอฝาง โดยมี ว่าที่ร้อยตรี นพรัตน์ ศุภกิจโกศล นายอำเภอฝาง เป็นประธานเปิดงาน มีประชาชนจากอำเภอฝาง แม่อาย ไชยปราการ และแม่สรวย เข้าร่วมตรวจพิสูจน์สารพันธุกรรม จำนวน 35 ครอบครัว รวม 93 ราย เป็นบุคคลตกหล่น 55 ราย และบุคคลอ้างอิงผู้มีสัญชาติไทย จำนวน 38 ราย

ภายในงานยังมีการจัดแสดงบูธนิทรรศการด้านกฎหมายและสิทธิมนุษยชนจากหลายหน่วยงาน เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนเข้าใจสิทธิทางกฎหมายที่พึงมีและสามารถเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม

นายสุมิตร วอพะพอ ผู้เชี่ยวชาญด้านสถานะและสิทธิ มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย กล่าวว่า

“ในจังหวัดเชียงใหม่มีบุคคลที่มีสัญชาติไทยโดยการเกิดจำนวนหนึ่งที่ไม่ได้จดทะเบียนการเกิดและไม่มีเอกสารแสดงตน หรือมีเอกสารที่ขัดข้อเท็จจริงที่ไม่สามารถใช้พยายานเอกสารหรือพยานบุคคลยืนยันในชั้นการพิสูจน์ความสัมพันธุ์ทางสายโลหิตได้ ตามกฎหมายสัญชาติไทยโดยหลักสายโลหิต (พ.ร.บ. สัญชาติ พ.ศ. 2508 แก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 4 พ.ศ. 2551) มาตรา 7(1) ระบุว่า บุคคลที่เกิดจากบิดาหรือมารดาเป็นผู้มีสัญชาติไทย ไม่ว่าจะเกิดในหรือนอกราชอาณาจักร ย่อมได้รับสัญชาติไทย ประชากรกลุ่มดังกล่าวจึงมีความจำเป็นที่ต้องใช้ผลการตรวจสารพันธุกรรม DNA พิสูจน์ความสัมพันธ์สายโลหิตเพื่อยื่นขอเพิ่มชื่อในทะเบียนบ้านหรือรับรองสัญชาติได้”

ดังนั้น การตรวจพิสูจน์สารพันธุกรรม (DNA) จึงเป็นขั้นตอนสำคัญในการช่วยพิสูจน์ความสัมพันธ์ทางสายโลหิตตามกฎหมาย และเปิดโอกาสให้บุคคลกลุ่มนี้สามารถเข้าถึงสิทธิพื้นฐานของรัฐ เช่น การศึกษา การรักษาพยาบาล และสวัสดิการอื่น ๆ

มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย ยังคงมุ่งมั่นทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเครือข่ายภาคประชาสังคมอย่างต่อเนื่อง เพื่อแก้ไขปัญหาคนไทยตกหล่นและบุคคลไร้รัฐไร้สัญชาติ ให้สามารถเข้าถึงสิทธิที่พึงมีตามกฎหมายได้อย่างเท่าเทียมและยั่งยืน ทั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริมหลักสิทธิมนุษยชนและการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) โดยเฉพาะ SDG 10: ลดความเหลื่อมล้ำ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของเด็ก ครอบครัว และชุมชนให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืนต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ป้ายกำกับ
Child Rights Climate Change CSR Migrant SDG กลุ่มชาติพันธุ์ การจัดการภัยพิบัติ การตีตราและเลือกปฏิบัติ การพัฒนาสถานศึกษา การมีส่วนร่วมของเด็ก ครอบครัวสุขสันต์ ครอบครัวอยู่ดีมีสุข ความยั่งยืน ความยุติธรรมในสังคม ความยุติธรรมในสังคม (Social Justice) ความรับผิดชอบต่อสังคม ความรุนแรงต่อเด็ก ความเชื่อและการพัฒนา งานรณรงค์เพื่อเด็ก จิตอาสา ทักษะชีวิตเยาวชน ทักษะอาชีพเยาวชน นโยบายการพัฒนาเด็ก น้ำเพื่อชีวิต บริการสุขภาพขั้นพื้นฐาน บริจาคทุนการศึกษา บริจาคเงิน ปกป้องคุ้มครองเด็ก ประชากรข้ามชาติ ผู้นำเยาวชน พัฒนาชุมชน ภัยพิบัติ ยุติวัณโรค/End TB ยุติเอดส์/Stop AIDS สังคมแห่งการแบ่งปัน สิทธิมนุษยชน สิทธิเด็ก ส่งน้องจบ ป-ตรี อดีตเด็กในความอุปการะ เด็กข้ามชาติ เด็กยากไร้ เด็กไร้รัฐ เสียงเด็กและเยาวชน แรงงานข้ามชาติ/ประชากรข้ามชาติ แรงงานต่างชาติ

ข่าวอื่นๆ

0