เรื่องราวการเปลี่ยนแปลง นางสาวปานชลี หรือ ‘หมอยิ้ม’

จากเด็กหญิงเมืองน่าน สู่แพทย์ผู้กลับมาดูแลบ้านเกิด

ณ อำเภอเล็ก ๆ ในจังหวัดน่าน เด็กหญิงคนหนึ่งเติบโตขึ้นในครอบครัวที่เรียบง่ายและอบอุ่น จุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิตเกิดขึ้นเมื่อคุณพ่อต้องออกจากงานประจำในบริษัทก่อสร้าง เนื่องจากอาการปวดหลังเรื้อรังจากการทำงานหนัก ภาระหลักจึงตกเป็นของคุณแม่ที่ต้องลุกขึ้นมาเปิดร้านขายอาหารเช้าหน้าบ้านเพื่อหาเลี้ยงครอบครัว ภาพความทุ่มเทของคุณแม่ในทุก ๆ เช้ากลายเป็นความทรงจำที่ ‘หมอยิ้ม’ คุ้นเคยเป็นอย่างดี และเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้เธอใฝ่ฝันอยากเป็นแพทย์ เพราะวิชาชีพนี้ไม่เพียงเปิดโอกาสให้เธอได้ช่วยเหลือผู้อื่น แต่ยังทำให้เธอได้ทำงานใกล้บ้าน และมีเวลาดูแลครอบครัวที่รักได้อย่างใกล้ชิด

จนกระทั่งเรียนถึงระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 เธอเริ่มแน่วแน่กับความฝันที่อยากเป็นหมอ อาชีพที่ได้ดูแลชีวิตผู้คน ทว่าสำหรับครอบครัวที่ต้องคำนึงถึงค่าครองชีพทุกบาททุกสตางค์ การส่งลูกเรียนแพทย์ในเมืองใหญ่นั้นคือความกังวลที่หนักหนาเหลือเกิน

แต่วันหนึ่ง โอกาสก็เดินเข้ามาเคาะประตูบ้าน เมื่อเจ้าหน้าที่จาก มูลนิธิศุภนิมิตฯ ที่รู้จักชุมชนเป็นอย่างดี ได้เล็งเห็นถึงศักยภาพและความตั้งใจจริงของเธอ จึงแนะนำให้รู้จักกับทุนการศึกษาจาก ‘โครงการส่งน้องจบ ป.ตรี’ ซึ่งเข้ามาช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของครอบครัวได้อย่างมากมาย

“ตอนนั้นไม่คิดเลยว่าจะได้ทุน พอรู้ว่าได้รับก็รู้สึกดีใจมากค่ะ เพราะทุนนี้ช่วยให้เราเรียนได้อย่างเต็มที่ ไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย ทำให้มีสมาธิกับการเรียนมากขึ้น”

ทุนการศึกษานี้ครอบคลุมทั้งค่าเทอมและค่าใช้จ่ายรายเดือนเป็นส่วนใหญ่ ทำให้คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องแบกรับภาระหนักเกินไปในระหว่างที่ทำอาชีพค้าขายและทำสวนเล็ก ๆ อยู่ที่บ้าน ทุกปี เธอจะเขียนจดหมายส่งถึงผู้อุปการะเพื่อบอกเล่าความเปลี่ยนแปลงและเส้นทางการเรียน แม้จะไม่เคยทราบเลยว่าผู้สนับสนุนท่านนั้นคือใคร แต่เธอกลับรู้สึกอบอุ่นใจเสมอที่มีคนคอยสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง

“เหมือนเขาอยากเห็นเราเติบโต เป็นหมออย่างที่ตั้งใจไว้… หนูก็อยากทำให้เขาภูมิใจค่ะ”

จากนักศึกษาแพทย์… สู่แพทย์ใช้ทุนในบ้านเกิด

วันนี้ หมอยิ้มได้ทำตามความฝันสำเร็จ เธอเป็นแพทย์ใช้ทุนปีที่ 3 ประจำอยู่ที่ โรงพยาบาลทุ่งช้าง จังหวัดน่าน โรงพยาบาลชุมชนประจำอำเภอที่มีแพทย์เพียงไม่กี่ท่าน แต่กลับมีผู้ป่วยจำนวนมากที่รอคอยการรักษา เธอรับหน้าที่ทั้งตรวจผู้ป่วยทั่วไป อยู่เวรห้องฉุกเฉิน ดูแลคนไข้ในวอร์ด และส่งต่อผู้ป่วยโรคซับซ้อนเข้าระบบ

แม้ทั้งหมดนี้จะเป็นงานที่หนักหนา แต่เธอกลับยิ้มรับได้ในทุก ๆ วัน เพราะที่นี่คือ ‘บ้าน’

“การได้กลับมาดูแลคนจังหวัดน่าน… หนูว่ามันคุ้มค่ามากเลยค่ะ” เธอกล่าวทิ้งท้าย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ป้ายกำกับ
Child Rights Climate Change CSR Migrant SDG กลุ่มชาติพันธุ์ การจัดการภัยพิบัติ การตีตราและเลือกปฏิบัติ การพัฒนาสถานศึกษา การมีส่วนร่วมของเด็ก ครอบครัวสุขสันต์ ครอบครัวอยู่ดีมีสุข ความยั่งยืน ความยุติธรรมในสังคม (Social Justice) ความรับผิดชอบต่อสังคม ความรุนแรงต่อเด็ก ความเชื่อและการพัฒนา งานรณรงค์เพื่อเด็ก จิตอาสา ทักษะชีวิตเยาวชน ทักษะอาชีพเยาวชน นโยบายการพัฒนาเด็ก น้ำเพื่อชีวิต บริการสุขภาพขั้นพื้นฐาน บริจาคทุนการศึกษา บริจาคเงิน ปกป้องคุ้มครองเด็ก ประชากรข้ามชาติ ผู้นำเยาวชน พัฒนาชุมชน พัฒนาสถานศึกษา ภัยพิบัติ ยุติวัณโรค/End TB ยุติเอดส์/Stop AIDS สังคมแห่งการแบ่งปัน สิทธิมนุษยชน สิทธิเด็ก ส่งน้องจบ ป-ตรี อดีตเด็กในความอุปการะ เด็กข้ามชาติ เด็กยากไร้ เด็กไร้รัฐ เสียงเด็กและเยาวชน แรงงานข้ามชาติ/ประชากรข้ามชาติ แรงงานต่างชาติ

ข่าวอื่นๆ

เสียงและความคิดเห็นของเยาวชน… สู่การจัดทำแผนปฏิบัติการอาเซียนว่าด้วยการขจัดความรุนแรงต่อเด็ก

‘นายศาศวัต’ กรรมการสภาเด็กและเยาวชนมูลนิธิศุภนิมิตฯ ใน ‘2025 Regional Children’s Consultation for the 2nd ASEAN Plan of Action on the Elimination of Violence Against Children (RPA-EVAC)
อ่านต่อ »
0