เมื่อสายน้ำกลับมาอีกครั้ง เรื่องเล่าจากคูขุดกับพลังของการไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

การดำเนินพันธกิจด้านการจัดการเพื่อลดความเสี่ยงภัยพิบัติ ‘โครงการฟื้นฟูผู้ได้รับผลกระทบหลังน้ำท่วม 2568’ มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย

ทุกปีเมื่อเข้าสู่ช่วงระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงมกราคม ชาวตำบลคูขุด อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา ต่างรู้ดีว่าสิ่งที่กำลังจะมาถึงไม่ใช่เพียงสายฝน แต่คือ ‘น้ำท่วม’ ที่กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต

พื้นที่ลุ่มต่ำริมทะเลสาบสงขลาแห่งนี้ แทบทุกตารางเมตรมีความเสี่ยงเท่าเทียมกัน ไม่มีครัวเรือนไหนได้รับผลกระทบน้อยกว่าใคร

“เราไม่สามารถแยกได้เลยว่าครัวเรือนไหนไม่เดือดร้อน เพราะน้ำท่วมหมดทั้งพื้นที่” นายสมพงศ์ หนูสง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลคูขุด อ.สทิงพระ จ.สงขลา กล่าว

แม้จะเป็นเหตุการณ์ที่เกิดซ้ำ แต่ความเสียหายไม่เคยลดลง ทั้งบ้านเรือน ทรัพย์สิน รายได้ และโอกาสในการใช้ชีวิต ล้วนได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะครอบครัวที่ต้องพึ่งพารายได้จากการรับจ้างและการทำเกษตร เมื่อพื้นที่ถูกน้ำท่วม งานก็ต้องหยุด รายได้ก็หยุดตามไปด้วย

บทเรียนจากอดีต สู่ความเข้มแข็งเครือข่ายการพัฒนาชุมชน

หากย้อนกลับไปในปี 2553 หนึ่งในเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ที่สุดของพื้นที่ ได้กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ ไม่เพียงเพราะความเสียหายที่เกิดขึ้น แต่เพราะ ‘ความร่วมมือ’ ที่เริ่มก่อตัวขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม

ในช่วงเวลานั้น มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย ได้เข้ามาทำงานร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและชุมชนอย่างใกล้ชิด ไม่ใช่เพียงการแจกสิ่งของช่วยเหลือ แต่คือการลงพื้นที่ สำรวจความต้องการของแต่ละครัวเรือน และให้การช่วยเหลือที่ตรงจุด

หนึ่งในความช่วยเหลือที่ชาวบ้านยังคงพูดถึง คือการสนับสนุนกระเบื้องซ่อมแซมหลังคาบ้านที่เสียหายจากพายุ

“สิ่งที่พี่น้องเดือดร้อนมากที่สุดตอนนั้นคือหลังคาบ้าน… ทำให้ชาวบ้านรู้สึกว่าเราไม่ได้ถูกทอดทิ้ง” นายสมพงศ์ กล่าว

ความช่วยเหลือในวันนั้น ไม่ได้เพียงซ่อมบ้าน แต่ได้ ‘ซ่อมความรู้สึก’ และสร้างความเชื่อมั่นว่า ในวันที่ยากลำบาก ยังมีคนยืนอยู่เคียงข้าง

ปี 2568: การตอบสนองที่รวดเร็วและเข้าใจชุมชน

เมื่อสถานการณ์น้ำท่วมเกิดขึ้นอีกครั้งในปี 2568 มูลนิธิศุภนิมิตฯ ยังคงยืนอยู่ในพื้นที่ ด้วยบทบาทองค์กรพัฒนาเอกชนที่เข้มแข็งยิ่งขึ้น ผ่านกระบวนการทำงานร่วมกับผู้นำชุมชนและอาสาสมัคร ส่งผลให้ความช่วยเหลือสามารถเข้าถึงผู้คนได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึง ทั้งการแจกถุงยังชีพ อาหาร น้ำดื่ม และการดูแลกลุ่มครัวเรือนเปราะบาง

ในเดือนเมษายน 2569 ที่ผ่านมา ได้สนับสนุนถุงยังชีพ ซึ่งประกอบด้วยชุดอาหาร และสิ่งของจำเป็นด้านสุขอนามัย จำนวนกว่า 500 ชุด โดยได้รับการสนับสนุนจาก รัฐบาลเขตปกครองพิเศษฮ่องกง เพื่อส่งต่อความช่วยเหลือไปยังครอบครัวที่ยังอยู่ในช่วงฟื้นตัว นอกจากนั้นยังได้ส่งมอบให้กับผู้ได้รับผลกระทบในพื้นที่ในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และในพื้นที่จังหวัดนราธิวาสและจังหวัดนครศรีธรรมราช รวมกว่า 4,622 ชุด ครอบคลุม 4,622 ครัวเรือน มีผู้ได้รับประโยชน์กว่า 18,000 คน ซึ่งในจำนวนนี้เป็นเด็กกว่า 6,500 คน

ท่ามกลางวิกฤต สิ่งเล็ก ๆ อย่าง ‘ชุดอาหาร’ และ ‘สิ่งของจำเป็นด้านสุขอนามัย’ กลับกลายเป็นสิ่งที่มีค่าที่สุด และเป็นจุดเริ่มต้นของการลุกขึ้นใหม่อีกครั้ง

เสียงจากเด็ก: เมื่อภัยพิบัติกระทบมากกว่าที่มองเห็น

สำหรับ ‘ธันวา’ เด็กชายวัย 15 ปี เด็กในความอุปการะ มูลนิธิศุภนิมิตฯ น้ำท่วมครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของบ้านที่เสียหาย “น้ำขึ้นเกือบหมดทั้งบ้านครับ เป็นคราบอยู่ที่ประตู

แม้บ้านจะยกพื้นสูง แต่ข้าวของหลายอย่างก็ไม่สามารถย้ายหนีได้ทัน ตู้เสื้อผ้า ตู้เย็น รวมถึงหนังสือเรียนที่เป็นหัวใจสำคัญของชีวิตนักเรียน ล้วนได้รับความเสียหาย ครอบครัวต้องย้ายไปอยู่บ้านเช่าชั่วคราว ขณะที่โรงเรียนปิดยาวกว่า 10 วัน การเรียนสะดุดโดยไม่อาจหลีกเลี่ยง

“เวลาเรียนก็ลดลงครับ เกรดเฉลี่ยก็ลดลง เพราะไม่ได้ไปโรงเรียน”  คำพูดสั้น ๆ นี้สะท้อนผลกระทบที่ลึกกว่าที่เห็น เพราะการหยุดเรียนไม่ใช่แค่การหยุดไปโรงเรียน แต่คือการสูญเสียโอกาสในการเรียนรู้

ขณะเดียวกัน ‘ตุ๊กตา’ น้องสาวของธันวาก็มีความทรงจำอีกแบบหนึ่งเกี่ยวกับเหตุการณ์เดียวกัน

“กลัวค่ะ กลัวว่าน้ำจะท่วมแล้วไม่มีที่อยู่”

สำหรับเด็กเล็ก น้ำท่วมไม่ใช่แค่ภาพของน้ำที่เอ่อล้น แต่คือ ‘ความไม่มั่นคงของชีวิต’

จากการช่วยเหลือ…สู่การฟื้นฟูอย่างยั่งยืน

สิ่งที่ทำให้การทำงานของมูลนิธิศุภนิมิตฯ แตกต่าง ไม่ใช่เพียงการเข้าช่วยเหลือในช่วงวิกฤต แต่คือการมองไกลไปถึง ‘หลังน้ำลด’ การฟื้นฟูไม่ได้หมายถึงแค่การกลับสู่สภาพเดิม แต่คือการทำให้ชุมชน ‘พร้อมมากขึ้น’ สำหรับอนาคต

มูลนิธิศุภนิมิตฯ ดำเนินพันธกิจด้านการจัดการเพื่อลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ อย่างเป็นระบบตั้งแต่การเตรียมความพร้อม การตอบสนองฉุกเฉิน ไปจนถึงการฟื้นฟูระยะยาว โดยมุ่งสนับสนุนการบรรเทาทุกข์แก่ผู้ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติต่าง ๆ รวมถึงวิกฤตโรคระบาด ควบคู่ไปกับการสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนอย่างรอบด้าน

การทำงานดังกล่าวเชื่อมโยงตั้งแต่ระดับครัวเรือน ชุมชน ไปจนถึงหน่วยงานท้องถิ่น เพื่อให้เกิดกลไกการรับมือภัยพิบัติที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืนในพื้นที่ เราให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างศักยภาพของชุมชนผ่านการจัดตั้งคณะกรรมการจัดการภัยพิบัติทั้งในชุมชนและโรงเรียน พร้อมทั้งส่งเสริมการลดความเสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สิน รวมถึงการพัฒนาความมั่นคงทางอาหาร การสร้างรายได้ และการต่อยอดอาชีพ เพื่อให้ครอบครัวสามารถดำรงชีวิตได้แม้ในยามวิกฤต

เพราะในพื้นที่ที่ภัยพิบัติเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ‘ความยั่งยืน’ ไม่ได้หมายถึงการหลีกเลี่ยงภัยเพียงอย่างเดียว หากแต่คือความสามารถของผู้คนและชุมชนในการลุกขึ้นยืนหยัด และฟื้นตัวได้อย่างเข้มแข็งในทุกครั้งที่ต้องเผชิญกับความเปลี่ยนแปลง.

ก้าวต่อไป: อนาคตที่ไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

เรื่องราวจากคูขุด สะท้อนให้เห็นว่าภัยพิบัติอาจเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ผลกระทบสามารถ ‘ลดลงได้’ หากมีระบบที่ดี และความร่วมมือที่เข้มแข็ง

มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาการทำงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การตอบสนองต่อภัยพิบัติมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และการฟื้นฟูนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน

เพราะเป้าหมายไม่ใช่เพียงการช่วยให้ผ่านพ้นวิกฤต แต่คือการสร้างสังคมที่เด็ก ครอบครัว และชุมชน ให้สามารถ ‘เติบโตได้อย่างมั่นคง’ แม้ต้องเผชิญความท้าทายซ้ำแล้วซ้ำเล่า และเหนือสิ่งอื่นใด คือการทำให้ทุกคนรู้ว่า พวกเขาจะไม่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ป้ายกำกับ
Child Rights Climate Change CSR Migrant SDG กลุ่มชาติพันธุ์ การจัดการภัยพิบัติ การตีตราและเลือกปฏิบัติ การพัฒนาสถานศึกษา การมีส่วนร่วมของเด็ก ครอบครัวสุขสันต์ ครอบครัวอยู่ดีมีสุข ความมั่นคงทางอาหาร ความยั่งยืน ความยุติธรรมในสังคม (Social Justice) ความรับผิดชอบต่อสังคม ความรุนแรงต่อเด็ก ความเชื่อและการพัฒนา งานรณรงค์เพื่อเด็ก จิตอาสา ทักษะชีวิตเยาวชน ทักษะอาชีพเยาวชน นโยบายการพัฒนาเด็ก น้ำเพื่อชีวิต บริการสุขภาพขั้นพื้นฐาน บริจาคทุนการศึกษา บริจาคเงิน ปกป้องคุ้มครองเด็ก ประชากรข้ามชาติ ผู้นำเยาวชน พัฒนาชุมชน ภัยพิบัติ ยุติวัณโรค/End TB ยุติเอดส์/Stop AIDS สังคมแห่งการแบ่งปัน สิทธิมนุษยชน สิทธิเด็ก ส่งน้องจบ ป-ตรี อดีตเด็กในความอุปการะ เด็กข้ามชาติ เด็กยากไร้ เด็กไร้รัฐ เสียงเด็กและเยาวชน แรงงานข้ามชาติ/ประชากรข้ามชาติ แรงงานต่างชาติ

ข่าวอื่นๆ

บริษัท โอนเดส์ (ประเทศไทย) จำกัด และมูลนิธิศุภนิมิตฯ ร่วมฟื้นฟูครอบครัวผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้

มอบอุปกรณ์เครื่องนอนแก่ครอบครัวผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมใหญ่ 500 ครอบครัว
อ่านต่อ »
0