จากห้องเรียนสู่ทักษะชีวิต “การให้” ที่พัฒนาไปสู่ “ความยั่งยืน”

การสร้างแหล่งอาหารปลอดภัยและเส้นทางอาชีพเด็กและครอบครัว มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย

ในหลายพื้นที่ของประเทศไทย อาหารกลางวันอาจเป็นเพียงมื้อหนึ่งของวัน แต่สำหรับเด็กจำนวนไม่น้อย นั่นคือโอกาสของการเติบโต

มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย (World Vision Foundation of Thailand) ไม่ได้มองอาหารเป็นเพียงการช่วยเหลือระยะสั้น แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาที่เชื่อมโยงการเรียนรู้ ทักษะอาชีพ และรายได้ของเด็กและครอบครัวอย่างเป็นระบบ โครงการพัฒนาชุมชนเป็นพื้นที่แบบพึ่งตนเองและยั่งยืน ชาติตระการ จังหวัดพิษณุโลก คือหนึ่งในตัวอย่างของการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว

จากห้องเรียนสู่ “ระบบการเรียนรู้เชิงปฏิบัติ”

“เราอยากให้เด็กมีมากกว่าความรู้ในห้องเรียน การส่งเสริมหรือฝึกทักษะอาชีพ เป็นการเสริมทักษะพิเศษให้กับเด็ก นอกจากความรู้ที่ควรได้รับในห้องเรียนแล้ว สิ่งนี้ควรทำควบคู่กันไป” นางสาวสุกัญญา คอนสาร ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านท่าสะแก กล่าว

แม้ว่าผู้ปกครองส่วนใหญ่ในพื้นที่จะประกอบอาชีพเกษตรกรรม แต่โรงเรียนกลับมองเห็นโอกาสในการยกระดับ ไม่ใช่แค่ปลูกเพื่อกิน แต่ต้อง ปลูกเป็น ปลอดภัย แปรรูปได้ และขายเป็น

ที่โรงเรียนบ้านท่าสะแก แปลงเกษตร ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่เพาะปลูกผัก แต่คือ ห้องเรียนที่มีชีวิต ที่เปิดโอกาสให้เด็กได้เรียนรู้แบบลงมือปฏิบัติจริง ตั้งแต่การปลูกผักอินทรีย์ การเลี้ยงสัตว์น้ำ การจัดการทรัพยากร การเพาะเห็ด ไปจนถึงการแปรรูปเพื่อจำหน่าย

“เด็กจะได้ลงมือทำจริง เรียนรู้จากการปฏิบัติ ทำให้เขามีวินัย มีความรับผิดชอบ และมีความสุขมากกว่าการนั่งอยู่ในห้องเรียนอย่างเดียว” ผู้อำนวยการโรงเรียนกล่าวเสริม

กิจกรรมเหล่านี้ช่วยเปลี่ยน ผู้เรียน เป็น ผู้ลงมือทำจริง และต่อยอดไปสู่ ผู้สร้างรายได้ในอนาคต

ระบบหมุนเวียนที่ขับเคลื่อนความต่อเนื่อง

หัวใจสำคัญของความยั่งยืนในโครงการ ไม่ได้หยุดอยู่ที่ การผลิตอาหาร แต่ขยายไปสู่ ระบบบริหารจัดการทรัพยากร ผลผลิตจากแปลงเกษตร อาทิ ผัก เห็ด และปลาถูกนำไปจำหน่าย รายได้จะถูกบริหารในรูปแบบ กองทุนหมุนเวียน เพื่อใช้ในการซื้อเมล็ดพันธุ์ จัดหาวัตถุดิบ และพัฒนาระบบการผลิตในระยะยาว

“รายรับจากการจำหน่ายผลผลิตเราจะมีการจัดสรรอย่างเป็นระบบ ซึ่งส่วนหนึ่งเราจะกันไว้เป็นทุนหมุนเวียน เพื่อให้โครงการฯ เดินต่อไปได้ ไม่ใช่แค่เริ่มต้นและจบ” นางสาวสุกัญญา กล่าว

นี่คือภาพสะท้อนการออกแบบระบบที่เน้น การพึ่งพาตนเอง มากกว่า การพึ่งพาทรัพยากรจากภายนอก เพียงอย่างเดียว

การพัฒนา “ผู้ประกอบการรุ่นเยาว์”

โรงเรียนบ้านชาติตระการ เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการบูรณาการ โครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน สู่การพัฒนาเชิงระบบ

นายจตุรพงศ์ สายอรุณ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านชาติตระการ กล่าวว่า

“มูลนิธิศุภนิมิตฯ ได้สนับสนุนโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน อาทิ การปลูกผักสวนครัว การเพาะเห็ดนางฟ้า การเลี้ยงปลา และการปลูกพืชในระบบปิด ซึ่งไม่เพียงช่วยเสริมโภชนาการ แต่ยังเปิดโอกาสให้นักเรียนนำผลผลิตไปจำหน่าย สร้างรายได้เสริมและแบ่งเบาภาระครอบครัว

นอกจากนั้นโรงเรียนร่วมกับมูลนิธิศุภนิมิตฯ และหน่วยงานภาคี อาทิ สำนักงานเกษตรอำเภอชาติตระการ จัดกิจกรรมยุวเกษตร โดยมีนักเรียนแกนนำเป็นผู้เรียนรู้ และถ่ายทอดความรู้แก่เพื่อน ๆ และชุมชน โดยโรงเรียนได้บูรณาการกิจกรรมที่ได้รับการสนับสนุนเข้าไว้ในแผนปฏิบัติงานประจำปีของโรงเรียน โดยมีการกำหนดงบประมาณ ผู้รับผิดชอบ และกลุ่มนักเรียนแกนนำอย่างชัดเจน เพื่อให้โครงการดำเนินต่อไปได้อย่างต่อเนื่อง และยั่งยืน”

จากผลผลิตสู่ “ผลิตภัณฑ์”

เมื่อผลผลิตล้น หรือจำหน่ายไม่ได้ โรงเรียนไม่ได้มองว่าเป็น ของเหลือ แต่คือ โอกาสในการเรียนรู้ใหม่

“เห็ดเก็บได้ไม่นาน ถ้าขายไม่หมด เราก็นำมาแปรรูป เป็นการเพิ่มมูลค่า และฝึกฝนทักษะคหกรรมให้เด็กนักเรียนค่ะ” นางสาวสุกัญญา ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านท่าสะแก กล่าวถึงผลิตภัณฑ์แปรรูปเห็ด นางฟ้าท่าสะแก ที่แม้วันนี้ยังอยู่ในช่วงทดลองสูตร แต่กระบวนการนี้กำลังพัฒนาเด็กไปสู่การเป็นผู้ประกอบการรุ่นเยาว์

ในขณะที่โรงเรียนบ้านเนินสุวรรณ ได้ต่อยอดแนวคิดนี้ผ่านการแปรรูป มันเทศ ซึ่งเป็นวัตถุดิบในชุมชน

นางสาวอริษา คำวันดี ผู้อำนวยการโรงเรียน กล่าวว่า

“ตอนนี้นักเรียนของเรากำลังแปรรูปมันเทศค่ะ ซึ่งเป็นวัตถุดิบในชุมชน เพราะชุมชนของเรานิยมปลูกมันเทศ ทางโรงเรียนจึงเห็นโอกาสในการเพิ่มมูลค่าโดยการแปรรูป กิจกรรมนี้ช่วยให้นักเรียนได้เรียนรู้ตั้งแต่การคัดเลือกวัตถุดิบ การปอก การหั่น ไปจนถึงการแปรรูป และบรรจุเป็นสินค้า นักเรียนจะเข้าใจทั้งกระบวนการผลิต และสามารถต่อยอดในอนาคต

นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์แปรรูปมันเทศของนักเรียน ยังได้นำไปจำหน่ายในร้านกาแฟของโรงเรียน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งโครงการฯ ที่มูลนิธิศุภนิมิตฯ ให้การสนับสนุน และเคยส่งประกวดในงานศิลปหัตถกรรมนักเรียนระดับเขตพื้นที่การศึกษา และได้รับรางวัลเหรียญทองด้วยค่ะ

ผลกระทบการดำเนินรูปแบบโครงการเพื่อการดำรงชีวิตเด็กและครอบครัว จากระดับโรงเรียน สู่ชุมชน

ในหลายชุมชน เด็กและครอบครัวยังเผชิญกับความท้าทายด้านรายได้และความมั่นคงทางอาหาร โดยเฉพาะในกลุ่มเกษตรกรและแรงงานรายวันที่มีข้อจำกัดในการเข้าถึงทรัพยากรและบริการพื้นฐาน
เมื่อเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ส่งผลต่อรายได้และผลผลิต ความเสี่ยงเหล่านี้ยิ่งเพิ่มความเปราะบางให้กับครัวเรือน
มูลนิธิศุภนิมิตฯ จึงพัฒนารูปแบบโครงการที่เชื่อมโยงตั้งแต่โรงเรียน ครัวเรือน และชุมชน เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารและเสริมศักยภาพในการพึ่งพาตนเอง

โครงการส่งเสริมและพัฒนาแหล่งอาหารในโรงเรียน การปลูกผัก เพาะเห็ด เลี้ยงไก่ หมู ปลา และกบ รวมไปถึงการเลี้ยงหอยนงรมในกระชัง นอกจากจะเป็นแหล่งอาหารแล้ว ยังเป็นแหล่งรายได้ให้กับโรงเรียนและชุมชน ควบคู่กับการอนุรักษ์ป่าชายเลน

โครงการสนับสนุนแหล่งอาหารในครัวเรือน เพื่อส่งเสริมให้ครัวเรือนสามารถพึ่งพาตัวเองด้านอาหาร การสนับสนุนเมล็ดพันธุ์ข้าว เพื่อเพาะปลูกและอนุรักษ์พันธุ์ข้าว การปลูกพืชผักสวนครัว การเลี้ยงไก่ เป็ดเทศ ปลา และ หมู เพื่อสร้างรายได้ และสร้างความมั่นคงทางอาหาร

โครงการเกษตรอินทรีย์ เน้นการส่งเสริมการทำเกษตรอย่างยั่งยืน การลดต้นทุนการผลิต และรักษาสิ่งแวดล้อม ผ่านการสนับสนุนความรู้ด้านเกษตรอินทรีย์ รวมไปถึงการสนับสนุนวัสดุอุปกรณ์ที่จำเป็น อาทิ วัสดุอุปกรณ์ในการทำระบบน้ำเกษตร การสร้างแปลงผักยกแคร่ การทำบ่อพลาสติกเพื่อเลี้ยงปลาดุก การทำแปลงผักสาธิตให้กับศูนย์การเรียนรู้ของชุมชนเป็นต้น

ผลลัพธ์ที่จับต้องได้

ในปีงบประมาณ 2025 ที่ผ่านมา การดำเนินโครงการฯ สามารถเข้าถึงผู้ได้รับผลประโยชน์ จำนวน 21,830 คน โดยในจำนวนนี้เป็นเด็กและเยาวชน 17,434 คน และเป็นเด็กกลุ่มเปราะบาง 10,736 คน

ผลลัพธ์ดังกล่าวสะท้อนถึงการเข้าถึงที่ครอบคลุม และการพัฒนาที่เชื่อมโยงตั้งแต่ระดับโรงเรียนสู่ชุมชน ทั้งในด้านความมั่นคงทางอาหาร รายได้ครัวเรือน และการพัฒนาทักษะชีวิตของเด็กและเยาวชน

รูปแบบโครงการเพื่อการดำรงชีวิตเด็กและครอบครัวของมูลนิธิศุภนิมิตฯ แสดงให้เห็นว่า การให้ ไม่ได้สิ้นสุดที่การสนับสนุนทรัพยากร แต่ต้องถูกออกแบบให้ก่อให้เกิดการเรียนรู้ การสร้างระบบ และการพึ่งพาตนเอง

จากเด็กที่เคยรอรับโอกาส วันนี้พวกเขากำลังก้าวสู่การเป็นผู้สร้างโอกาสให้กับตนเองและชุมชนอย่างยั่งยืน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ป้ายกำกับ
Child Rights Climate Change CSR Migrant SDG กลุ่มชาติพันธุ์ การจัดการภัยพิบัติ การพัฒนาสถานศึกษา การพัฒนาสถานะบุคคล การมีส่วนร่วมของเด็ก ครอบครัวสุขสันต์ ครอบครัวอยู่ดีมีสุข ความมั่นคงทางอาหาร ความยั่งยืน ความยุติธรรมในสังคม (Social Justice) ความรับผิดชอบต่อสังคม ความรุนแรงต่อเด็ก ความเชื่อและการพัฒนา งานรณรงค์เพื่อเด็ก จิตอาสา ทักษะชีวิตเยาวชน ทักษะอาชีพเยาวชน นโยบายการพัฒนาเด็ก น้ำเพื่อชีวิต บริการสุขภาพขั้นพื้นฐาน บริจาคทุนการศึกษา บริจาคเงิน ปกป้องคุ้มครองเด็ก ประชากรข้ามชาติ ผู้นำเยาวชน พัฒนาชุมชน ภัยพิบัติ ยุติวัณโรค/End TB ยุติเอดส์/Stop AIDS สังคมแห่งการแบ่งปัน สิทธิมนุษยชน สิทธิเด็ก ส่งน้องจบ ป-ตรี อดีตเด็กในความอุปการะ เด็กข้ามชาติ เด็กยากไร้ เด็กไร้รัฐ เสียงเด็กและเยาวชน แรงงานข้ามชาติ/ประชากรข้ามชาติ แรงงานต่างชาติ

ข่าวอื่นๆ

มูลนิธิศุภนิมิตฯ ร่วมงาน SoilBox Season 2: Light Up Bangkok จุดประกายพลังเยาวชนสู่การพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน

เวทีพัฒนาเยาวชนที่หลอมรวมความคิดสร้างสรรค์ ความมุ่งมั่นเพื่อสังคม และการขับเคลื่อนเมืองตามแนวทาง SDGs สู่งานพัฒนาที่จับต้องได้จริง
อ่านต่อ »
0