เป็นเวลากว่า 2 ปีแล้วที่ อะเพียว และครอบครัวต้องอพยพจากบ้านเกิดในเมืองและบาดอ ประเทศเมียนมา มายังอำเภอพบพระ จังหวัดตาก ประเทศไทย ด้วยความหวังในการมีชีวิตที่ดีกว่า เธอและสามีหวังเพียงแค่มีงานทำ มีรายได้พอเลี้ยงดูลูกน้อยสองคน วัย 6 และ 3 ขวบ แม้รายได้จากการทำงานรับจ้างรายวัน ทั้งงานก่อสร้างและเกษตรกรรมของสามีจะไม่ได้มากนัก แต่พวกเขาก็มีความสุขกับชีวิตที่เรียบง่ายและพอเพียง
“มาอยู่ประเทศไทยได้ 2 ปีแล้วค่ะ อพยพตามพี่สาวมา ตอนนี้หนูก็เป็นแม่บ้าน ดูแลลูกสองคน สามีเป็นคนออกไปทำงาน หากได้งานก่อสร้างก็มีรายได้วันละ 300 บาท แต่ถ้ารับจ้างทำเกษตรกรรม รายได้จะลดลงเหลือวันละ 150 บาท แม้จะไม่มาก แต่ถ้าประหยัดเราก็พออยู่ได้ และยังดีกว่าอยู่แบบไม่มีงานทำที่บ้าน” อะเพียว เล่าถึงชีวิตของเธอในเมืองไทย
อย่างไรก็ตาม ชีวิตที่เริ่มลงตัวกลับต้องพลิกผันอย่างไม่คาดคิด เมื่อปลายปี 2024 พายุไต้ฝุ่นยางิที่พาดผ่านประเทศไทย ก่อให้เกิดฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลากในหลายจังหวัดทางภาคเหนือ อำเภอแม่สอด ซึ่งตั้งอยู่ติดแม่น้ำเมย ก็ไม่อาจรอดพ้นจากภัยพิบัติครั้งนี้
นายสิงห์คำ ยาหมุด ผู้ใหญ่บ้านห้วยแม่หม้าย อำเภอพบพระ จังหวัดตาก เล่าถึงเหตุการณ์ในวันนั้นว่า “ตอนนั้นน้ำมาเร็วมากครับ ประมาณบ่ายสองโมง น้ำในแม่น้ำเริ่มสูงขึ้น ตอนแรกเราคิดว่าน่าจะควบคุมสถานการณ์ได้ แต่ไม่เป็นเช่นนั้น ระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งเวลาประมาณสองทุ่ม ผมเห็นว่าสถานการณ์วิกฤติแล้ว จึงประสานขอความช่วยเหลือจากทหาร นำเรือเข้าไปช่วยชาวบ้านที่ติดอยู่ มีทั้งหมด 27 คน หากไม่ได้รับความช่วยเหลือทันเวลา อาจมีผู้เสียชีวิตครับ”


ครอบครัวของอะเพียวเป็นหนึ่งในผู้ประสบภัยครั้งนั้น เธอเล่าว่า “ตอนน้ำท่วม เราไม่เหลืออะไรเลยค่ะ ไม่ทันได้เตรียมตัว ข้าวของเครื่องใช้ เสื้อผ้า ที่นอน ถูกน้ำพัดหายไปหมด บ้านอยู่ไม่ได้ ต้องไปอาศัยอยู่ที่บ้านผู้ใหญ่บ้าน งานรับจ้างก็ไม่มี รายได้ก็ไม่มี ลำบากมากค่ะ”
ในช่วงเวลาที่มืดมน มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย ได้เข้ามาช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ โครงการฟื้นฟูผู้ประสบภัยหลังน้ำท่วมภาคเหนือ ได้มอบวัสดุอุปกรณ์เครื่องใช้ในครัวเรือน และอุปกรณ์เครื่องนอน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบ


“ดีใจมากค่ะที่ได้รับความช่วยเหลือ ของที่ได้รับมีประโยชน์มากกับครอบครัวเราค่ะ” อะเพียว กล่าวด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความหวัง
ขณะที่ผู้ใหญ่บ้านสิงห์คำกล่าว “ผมขอขอบคุณทุกท่านมากครับ ที่เข้ามาช่วยเหลือชาวบ้านในยามทุกข์ยากเช่นนี้ครับ ผมดีใจแทนชาวบ้านจริงๆ ครับ”
โครงการนี้เป็นอีกหนึ่งในการดำเนินโครงการฟื้นฟูผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคเหนือที่มูลนิธิศุภนิมิตฯ และผู้สนับสนุน ได้ยื่นมือเข้าช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ความช่วยเหลือที่มอบให้ ไม่เพียงแต่เป็นสิ่งของเครื่องใช้ แต่ยังเป็นแสงแห่งความหวัง กำลังใจ และรอยยิ้มให้กับผู้ประสบภัย ให้พวกเขาสามารถก้าวเดินต่อไปบนเส้นทางของชีวิตได้อย่างมั่นคงอีกครั้ง