หลังจับคู่แล้ว คุณจะได้:
- รูปเด็กในความอุปการะ
- จดหมายแนะนำตัวของเด็กในความอุปการะ
- ถ้าเข้าโครงการ Chosen รูปน้องถือรูปคุณ + เหตุผลที่เด็กเลือกคุณ
เมื่อคุณช่วยเหลือเด็ก = เด็กมีชีวิตที่ดีขึ้น = ครอบครัวพึ่งพาตนเองได้มากขึ้น = ชุมชนมีความเข้มแข็งมากขึ้น = สังคมที่มีคุณภาพ = โลกที่น่าอยู่ขึ้นสำหรับทุกคน
คุณจึงไม่ได้เพียงช่วยเปลี่ยนชีวิตของเด็กคนหนึ่ง แต่กำลังร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ส่งต่อจากเด็ก สู่ครอบครัว ชุมชน และโลกที่ดีกว่าเดิม
สำหรับผู้อุปการะรายเดิม สามารถชำระค่าอุปการะเด็กของท่านได้ ที่ลิงก์นี้
ความฝันของน้องนนท์อาจดูเรียบง่าย แต่การเติบโตสู่ฝันนั้นเขายังต้องการโอกาสจากผู้ใหญ่มาร่วมปั้นแต่งเพื่อชีวิตที่ดีกว่า
เบื้องหลังรอยยิ้มสดใสของน้องนนท์ คือความรักและการดูแลจากคุณปู่และคุณย่า ผู้เป็นทั้งผู้เลี้ยงดู ที่พึ่งพิง และกำลังใจสำคัญในชีวิต แม้ครอบครัวจะมีรายได้เพียงเล็กน้อย แต่ทั้งสองคนยังคงพยายามดูแลหลานชายอย่างดีที่สุดเท่าที่จะทำได้
บ้านหลังเล็กที่ทั้งสามคนอาศัยอยู่ร่วมกันสร้างจากวัสดุพื้นฐาน หลังคาสังกะสีช่วยกันแดดและฝน แต่ในช่วงฤดูร้อนกลับกักเก็บความร้อนไว้ตลอดทั้งวัน ภายในบ้านแทบไม่มีเครื่องใช้ไฟฟ้าอำนวยความสะดวก แม้จะต้องเติบโตท่ามกลางข้อจำกัดหลายด้าน แต่เขายังคงเป็นเด็กชายที่ร่าเริง มีความหวัง และตั้งใจเรียน
ในแต่ละวันน้องนนท์จะตื่นแต่เช้าเพื่อเตรียมตัวไปโรงเรียน บางวันเขาต้องเดินทางไปโรงเรียนโดยไม่ได้รับประทานอาหารเช้า ขณะที่บางวันคุณย่าจะเตรียมอาหารอย่างง่ายจากวัตถุดิบที่มีอยู่ในบ้าน โดยนำข้าวเหนียวใส่ลงในมะม่วงสุกเพื่อให้น้องนนท์ได้รับประทานก่อนออกจากบ้าน
ที่โรงเรียน น้องนนท์ชื่นชอบการเรียนวิชาภาษาไทยเป็นพิเศษ และมีความสุขกับการใช้เวลาร่วมกับเพื่อน ๆ ด้วยแววตาเต็มไปด้วยความกระตือรือร้นและความภาคภูมิใจ เช่นเดียวกับเด็กอีกจำนวนไม่น้อยในชุมชนที่มีความเปราะบาง น้องนนท์ยังเผชิญกับข้อจำกัดด้านปัจจัยพื้นฐานที่ส่งผลต่อการเรียนรู้และการใช้ชีวิตประจำวัน ชุดนักเรียนที่สวมใส่เป็นชุดเก่าที่ผ่านการใช้งานมาระยะหนึ่ง ใช้กระเป๋านักเรียนที่ซิปชำรุด และแม้จะมีรองเท้านักเรียน แต่เขากลับไม่มีถุงเท้านักเรียนที่จำเป็น และรองเท้ามีขนาดเล็กเกินกว่าที่จะสวมใส่ได้แล้ว
แม้สิ่งเหล่านี้อาจดูเป็นเพียงรายละเอียดเล็กน้อย แต่สำหรับเด็กวัยเรียน ปัจจัยพื้นฐานเหล่านี้มีความสำคัญต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ความมั่นใจในการเข้าสังคม และการเรียนรู้อย่างเต็มศักยภาพของเด็ก ๆ
น้องนนท์เป็นหนึ่งในเด็กที่ได้รับโอกาสโดย WeTrade International LLC ภายใต้โครงการ ‘Building Brighter Futures,Together’ ผ่านโครงการอุปการะเด็กของมูลนิธิศุภนิมิตฯ ซึ่งมุ่งส่งเสริมให้เด็กสามารถเข้าถึงการศึกษา การดูแลด้านสุขภาพ การคุ้มครองเด็ก และการพัฒนาทักษะที่จำเป็นต่อการเติบโต โดยทำงานร่วมกับครอบครัว โรงเรียน และชุมชน เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการพัฒนาศักยภาพของเด็กอย่างรอบด้าน
เรื่องราวของน้องนนท์เป็นเพียงหนึ่งในหลายเรื่องราวของเด็ก ๆ อีกจำนวนมาก พวกเขายังรอคอยการได้รับการอุปการะ เพียงเดือนละ 700 บาท คุณก็สามารถมอบโอกาสเพื่อช่วยปั้นเด็กคนหนึ่งให้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ สร้างชุมชนที่เข้มแข็ง สานต่อพลังเปลี่ยนโลกเราให้น่าอยู่ มาร่วมปั้นเด็ก เปลี่ยนโลก ไปกับมูลนิธิศุภนิมิตฯ
= คุณช่วยเด็ก
= เด็กมีชีวิตที่ดีขึ้น
= ครอบครัวพึ่งพาตนเองได้
= ชุมชนได้รับการพัฒนา
= สังคมดีขึ้น โลกน่าอยู่
เพราะสภาพความเป็นอยู่ที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการเจริญเติบโตของเด็ก บ้านที่อยู่อาศัยเป็นเพียงบ้านร้าง ไม่มีไฟฟ้า ไม่มีน้ำใช้ แค่พอหลบแดดหลบฝนได้ ทุกเช้าน้องฟ้าและครอบครัวจะไปที่วัดเพื่อขออาหารจากวัดมาเพื่อประทังชีวิตทั้งสี่ เพราะรายได้ที่แลกมาด้วยหยาดเหงื่อแรงกายของผู้เป็นพ่อแม่ที่ต้องหาเลี้ยงครอบครัวด้วยการเข้าป่า เพื่อไปรับจ้างตัดไม้ แม้แม่จะได้บัตรสวัดิการแห่งรัฐ 300 บาท ต่อเดือน แต่ก็ไม่เพียงพอต่อปากท้องของทั้งครอบครัว
แต่ท่ามกลางความลำบากทั้งหมดนี้ “ความฝัน” ของเด็กคนหนึ่ง…ไม่เคยดับลง
เมื่อฝนตกข้าวของในบ้านทั้งที่นอน เสื้อผ้าก็อยู่ในสภาพเปียกปอนทุกครั้ง ด้วยหลังคาสังกะสีที่มีแต่รูรั่ว บ้านที่ไม่สามารถกันฝน กันลมแรงๆ ได้ พวกเขาต้องต่อสู้กับความยากจน คุณตาคุณยายที่ดูแลก็ชราภาพเต็มที..หากวันหนึ่งพวกท่านไม่อยู่แล้ว ใครจะดูแลหลานต่อไป
เมื่อฝนตกข้าวของในบ้านทั้งที่นอน เสื้อผ้าก็อยู่ในสภาพเปียกปอนทุกครั้ง ด้วยหลังคาสังกะสีที่มีแต่รูรั่ว บ้านที่ไม่สามารถกันฝน กันลมแรงๆ ได้ พวกเขาต้องต่อสู้กับความยากจน คุณตาคุณยายที่ดูแลก็ชราภาพเต็มที..หากวันหนึ่งพวกท่านไม่อยู่แล้ว ใครจะดูแลหลานต่อไป
แม้น้องวันนาจะมีผู้อุปการะมาช่วยเหลือแล้ว แต่นอกจากน้องวันนาแล้ว ยังมีเด็กยากไร้อีกจำนวนมากที่ยังรอคอยโอกาสจากท่าน คุณก็สามารถเป็นแสงสว่างในชีวิตของเด็ก ๆ ได้เหมือนคุณมินนี่ ด้วยการอุปการะเด็กกับมูลนิธิศุภนิมิตฯ เพื่อมอบโอกาสให้เด็ก ๆ ได้มีอนาคตที่สดใส และช่วยเด็กอีกมากมายที่ยังรอมืออุ่น ๆ จากใครสักคน

น้องนิวัตอาศัยอยู่กับตายาย ทั้งสองท่านประกอบอาชีพเลี้ยงหมูและทำไร่ข้าวโพดเพื่อเลี้ยงดูครอบครัว แม้ฐานะจะไม่มั่นคงนัก แต่ตาและยายก็พยายามอย่างเต็มที่ให้น้องได้เรียนหนังสือ
น้องนิวัตอาศัยอยู่กับตายาย ทั้งสองท่านประกอบอาชีพเลี้ยงหมูและทำไร่ข้าวโพดเพื่อเลี้ยงดูครอบครัว แม้ฐานะจะไม่มั่นคงนัก แต่ตาและยายก็พยายามอย่างเต็มที่ให้น้องได้เรียนหนังสือ เพราะความเป็นเด็กขยันและตั้งใจเรียน และชื่นชอบวิชาวิทยาศาสตร์มากที่สุด จึงมีความใฝ่ฝันว่าโตขึ้นอยากเป็น “นักวิทยาศาสตร์” เพื่อค้นคว้าสิ่งใหม่ ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อผู้คน

น้องกบอาศัยอยู่กับพ่อ แม่ และพี่อีกสองคน แม้จะอยู่ในบ้านหลังเล็ก ๆ แต่ครอบครัวก็มีความอบอุ่นเสมอ
บ้านของน้องกบเป็นบ้านไม้หลังเล็ก ข้างฝาทำจากไม้ไผ่สาน หลังคาเริ่มเก่าทรุดโทรมไปตามกาลเวลา เวลาฝนตกมักมีน้ำสาดเข้ามาในตัวบ้าน น้องและครอบครัวจึงอยากซ่อมแซมหลังคาและฝาบ้าน เพื่อให้บ้านแข็งแรง และปลอดภัยมากขึ้น
ปัจจุบันน้องกบเป็นเด็กในอุปการะของมูลนิธิศุภนิมิตฯ ครอบครัวได้รับถังเก็บน้ำจากมูลนิธิฯ เพื่อไว้ใช้อุปโภคบริโภคในชีวิตประจำวัน และได้รับพันธุ์ไก่ ที่นอกจากจะนำไข่มาทำไข่เจียว เมนูโปรดแล้ว หากเหลือยังนำไปขายสร้างรายได้ให้ครอบครัวได้อีกทาง นอกจากนี้ยังได้รับเมล็ดพืชไว้ปลูกพืชผักสวนครัวรอบบ้าน เช่น ฟักทอง และกระเจี๊ยบ เพื่อใช้ประกอบอาหาร ช่วยลดค่าใช้จ่ายในแต่ละวัน
พ่อและแม่ของน้องกบประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป ออกไปทำงานตั้งแต่เช้าและกลับบ้านค่ำเพื่อหารายได้เลี้ยงครอบครัว บางวันหากน้องกบกลับมาถึงบ้านก่อน ก็จะอยู่บ้านตามลำพัง รอคุณแม่กลับมาทำอาหารให้กิน ระหว่างรอก็มักช่วยทำงานบ้านเล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อให้ครอบครัวได้พักเมื่อกลับมาถึงบ้าน
น้องกบเป็นเด็กขยันและตั้งใจเรียน โดยเฉพาะวิชาคณิตศาสตร์ซึ่งเป็นวิชาที่ชอบที่สุด เพราะใฝ่ฝันว่าโตขึ้นอยากเป็น “ครูสอนคณิตศาสตร์” เพื่อถ่ายทอดความรู้ให้กับเด็ก ๆ รุ่นต่อไป และอยากมีรายได้ไว้ดูแลพ่อแม่ให้สบายในอนาคต

เด็กหญิงตัวเล็ก ๆ ที่เติบโตมาในโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ไม่มีพ่อแม่คอยดูแล อาศัยอยู่กับยายเพียงลำพังในบ้านเก่า ๆ ที่ผุพังตามกาลเวลา บ้านหลังนั้นไม่มีแม้แต่หลังคาที่กันฝนได้
🎥คลิกดูวิดีโอ แล้วคุณจะรู้ว่า..น้ำใจของคุณมีพลังมากกว่าที่คิด!
เด็กหญิงตัวเล็ก ๆ ที่เติบโตมาในโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ไม่มีพ่อแม่คอยดูแล อาศัยอยู่กับยายเพียงลำพังในบ้านเก่า ๆ ที่ผุพังตามกาลเวลา บ้านหลังนั้นไม่มีแม้แต่หลังคาที่กันฝนได้ ยามฝนตก น้องต้องกางเต็นท์นอนอยู่ในบ้าน เพราะน้ำรั่วลงมาทุกคืน เสาไม้ผุเต็มไปด้วยรังปลวก พื้นบ้านมีแต่ดินทราย เศษหินที่เดินแล้วบาดเท้า สายไฟก็ห้อยระโยงระยางจนเห็นลวดทองแดง เป็นอันตรายที่อยู่ใกล้ตัวน้องทุกวัน แม้แต่หน้าต่างประตูก็ไม่อาจป้องกันอันตรายจากภายนอกได้ ไม่มีแม้แต่ห้องน้ำที่เหมาะสม ความแร้นแค้นที่เธอต้องทนแบกรับนั้น ไม่ควรเป็นชะตากรรมของเด็กคนใดในโลกนี้
แต่เมื่อเธอได้เป็นเด็กในอุปการะของมูลนิธิศุภนิมิตฯ ทุกอย่างก็เริ่มเปลี่ยนไป น้องซินดี้ได้รับอุปกรณ์การเรียน ชุดนักเรียนใหม่ และสิ่งจำเป็นในการดำเนินชีวิต และที่สำคัญวันนี้น้องซินดี้ได้มีบ้านหลังใหม่ที่มั่นคง แข็งแรง พร้อมห้องน้ำที่ปลอดภัย ไม่ต้องทนนอนท่ามกลางฝนอีกต่อไป.. เพราะการให้ของคุณ คือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชีวิตเธอ
โครงการอุปการะเด็กโดยมูลนิธิศุภนิมิตฯ มุ่งพัฒนาเด็กแบบองค์รวม โดยมี ‘เด็ก’ เป็นศูนย์กลางของการเปลี่ยนแปลง เพื่อให้เด็ก ครอบครัว และชุมชน มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน เราให้ความสำคัญทั้งด้านการศึกษา สุขภาพ อาหาร อาชีพ และการเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานที่เด็กควรได้รับ
การสนับสนุนรายเดือนจากท่าน ไม่ใช่แค่การมอบสิ่งของ แต่คือการมอบอนาคตให้เด็กอย่าง “น้องซินดี้” ได้มีบ้านที่มั่นคง ห้องน้ำที่ปลอดภัย แหล่งอาหารที่เพียงพอ และโอกาสทางการศึกษา เพราะได้รับการช่วยเหลือผ่านการอุปการะจากท่าน ทุกการให้เปรียบเหมือนแสงสว่างที่ส่องทางชีวิตให้เด็กยากไร้ได้ก้าวเดินอย่างมั่นคง และมีอนาคตที่สดใส

น้องเจเล่ เด็กหญิงวัย 10 ปี กำลังเรียนอยู่ชั้น ป. 4 เธอเป็นเด็กที่มีความขยันหมั่นเพียร และรักการเรียนรู้ เธอสอบได้ที่ 1 ของห้อง แต่เส้นทางชีวิตของเธอเต็มไปด้วยอุปสรรคที่เกินกว่าความสามารถของเด็กคนหนึ่งจะรับมือไหว!
“ลูกป่วยมีปอดข้างเดียว เหนื่อยง่าย ต้องใช้เวลาในการรักษา”
คุณแม่น้องเจเล่เล่าอย่างมีความหวัง
บ้าน… ที่ไม่ใช่ “บ้าน” อย่างแท้จริง ที่ดินทำกินก็ขาดแคลน
บ้านของน้องเจเล่ไม่ใช่สถานที่ปลอดภัยสำหรับการเติบโต ตัวบ้านทรุดโทรมและไม่แข็งแรงเพียงพอที่จะกันลมฝน ยามฤดูฝนมาเยือน น้ำฝนสาดเข้ามาเปียกทั้งที่นอนและพื้นที่ที่เธอใช้ทำการบ้าน ทำให้ทุกคืนต้องนอนอย่างลำบาก และเช้าขึ้นมาต้องรีบตากข้าวของให้แห้งก่อนออกไปเรียน อีกทั้งครอบครัวไม่มีที่ดินเป็นของตัวเอง ทำให้ไม่มีพื้นที่ทำกินเป็นหลักแหล่ง ขาดรายได้ที่แน่นอน
“หน้าฝนน้ำก็ไหลมาเปียกหมด บ้านนี้เราทำแค่อยู่ชั่วคราว แต่ตอนนี้ยังไม่มีเงินที่จะทำให้ดีกว่านี้”
ความหวังของแม่ และความฝันของลูก
แม้จะเผชิญกับความลำบากมากมาย แต่น้องเจเล่ยังคงมุ่งมั่นกับการเรียน เพราะเธอรู้ว่าการศึกษาเป็นหนทางเดียวที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตของเธอได้ คุณแม่เองก็หวังเพียงให้ลูกมีโอกาสได้เรียนต่อ ได้เติบโตในสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้น
เงินบริจาครายเดือนจากท่าน เราจะนำไปเปลี่ยนเป็นสิ่งเหล่านี้เพื่อเพาะชีวิตน้อย ๆ ให้สามารถเดินตามความฝัน และสร้างอนาคตให้เป็นจริงได้สำเร็จ

เพราะไม่มีเด็กคนไหนควรถูกทิ้ง หรือหลุดออกจากระบบการศึกษา แค่เพราะไม่มีเงินซื้อเครื่องแบบ หนังสือ หรือค่ารถไปกลับโรงเรียน

เพื่อให้เด็กไม่ต้องทนปวดท้องโดยไม่มีใครพาไปหาหมอ หรือเสี่ยงขาดสารอาหารเพราะที่บ้านไม่มีมื้ออาหารที่เพียงพอในแต่ละวัน

เพื่อให้เด็กมีความเป็นอยู่ที่มั่นคง ปลอดภัย ไม่ต้องอยู่อย่างหวาดกลัวในชุมชนที่เต็มไปด้วยยาเสพติดหรือความรุนแรง

เพื่อให้เด็กได้เรียนรู้ทักษะชีวิต ฝึกฝนความสามารถ และมีความเชื่อมั่นว่า พวกเขาก็มีค่า และมีอนาคตที่ดีได้เฉกเช่นเด็กคนอื่น

จากการถูกทำร้ายหรือถูกแสวงหาผลประโยชน์ ทั้งทางร่างกายและจิตใจ
มี 2 แบบหลัก:
แบบปกติ (จับคู่แบบอัตโนมัติ)
แบบ Chosen (เด็กเป็นคนเลือกผู้อุปการะ)
💡 เงินนี้ไม่ได้ให้เด็กโดยตรงอย่างเดียว
แต่ใช้พัฒนา “ทั้งเด็ก ครอบครัว และชุมชน” เช่น การศึกษา อาหาร น้ำสะอาด สุขภาพ พัฒนาทักษะอาชีพ ซ่อมแซมโรงเรียน สนับสนุนทุกมิติของคุณภาพชีวิตรอบตัวเด็กเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน เพราะชีวิตของเด็กจะดีขึ้นได้ สภาพแวดล้อมรอบตัวเด็กต้องดีด้วย
หลังจับคู่แล้ว คุณจะได้:
ผู้อุปการะสามารถ:
💡 ความสัมพันธ์นี้จะต่อเนื่องไปจนเด็กโตเรียนจบในระดับต่าง ๆ หรือโครงการจบ ระยะเวลาประมาณ 15-20 ปี หรือเด็กออกนอกพื้นที่โครงการ
ความช่วยเหลือจากท่านจะไม่เป็นเพียงการบริจาคเพียงครั้งเดียว แต่เป็นการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องในทุกเดือน เพื่อร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนให้แก่เด็ก ครอบครัว และชุมชน เด็ก ๆ จะได้รับโอกาสทางการศึกษาที่มีคุณภาพ มีสุขภาวะที่ดี ครอบครัวมีอาชีพและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ขณะที่ชุมชนมีความปลอดภัย มั่นคง และสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน
การสนับสนุนนี้จะดำเนินต่อเนื่องจนกว่าเด็กจะเติบโตและสำเร็จการศึกษาในแต่ละระดับ หรือจนกว่าโครงการจะสิ้นสุด ซึ่งโดยทั่วไปใช้ระยะเวลาประมาณ 15-20 ปี หรือในกรณีที่เด็กย้ายออกนอกพื้นที่โครงการ
ความช่วยเหลือจากท่านจะไม่เป็นเพียงการบริจาครายครั้ง แต่คือการเพาะเมล็ดพันธุ์ต้นกล้าน้อย ๆ ให้เติบโตเป็นต้นไม้ใหญ่ได้อย่างเข้มแข็ง ทนต่อสภาพดินฟ้าอากาศ ให้ร่มเงา และสามารถผลิดอกออกผลสร้างประโยชน์ต่อสังคมต่อไปได้อย่างไม่รู้จบ

เด็กยากไร้จำนวนมาก ยังคงขาดโอกาสทางการศึกษาเพื่อเพิ่มโอกาสให้มีอนาคตที่ดีกว่า

สนับสนุน 'มื้อเช้า' ครบคุณค่า เพื่อน้องท้องอิ่มอย่างต่อเนื่อง การสนับสนุนจากท่านคือการส่งเสริมโภชนาการเด็กให้มีร่างกายที่แข็งแรง

ให้เด็กเปราะบางยากไร้ได้มีโอกาสเลือกเป็นครั้งแรกในชีวิต

ช่วยเหลือผู้เปราะบางยากไร้ให้หลุดพ้นจากความยากจนตั้งแต่ปี 1972

เงินบริจาคของท่านได้เปลี่ยนแปลงชีวิตของเด็กๆ ไปตลอดกาล เราทำได้อย่างไร หาคำตอบได้ที่นี่

เรียนรู้เกี่ยวกับงานของเรา ขอบพระคุณทุกท่านสำหรับการสนับสนุนเพื่อเปลี่ยนแปลงชีวิตเด็กเปราะบางยากไร้